‘เอกภพ’ มอง ซักฟอก 18 รมต. ใช้แต่โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ เป็น ‘บันเทิงธิปไตย’
‘เอกภพ’ มอง ซักฟอก 18 รัฐมนตรี ใช้แต่โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ เป็น ‘บันเทิงธิปไตย’ ตามคำ ‘ปิยบุตร’ บอกยังไม่เห็นฐานความผิดชัดเจน ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา
วันนี้ (8 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวม 18 คนว่า ตนได้อ่านญัตติของฝ่ายค้านแล้ว โดยความรู้สึกแรกคือรู้สึกว่า “บันเทิงดี” ซึ่งตรงกับคำนิยามของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่เรียกว่า “บันเทิงธิปไตย”
นายเอกภพกล่าวต่อว่า อยากเห็นว่าฝ่ายค้านจะกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนอย่างไร แต่จากที่เห็นในญัตติ ลักษณะการกล่าวหาคล้ายกับการพูดในเชิงวาทกรรมมากกว่า โดยมองว่าในการอภิปรายอาจมีการนำวาทกรรมหรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ มาเผยแพร่และขยายความ ซึ่งถือเป็นสีสันทางการเมือง
เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลมองการอภิปรายเป็นเรื่อง “ความบันเทิง” สะท้อนว่าไม่ได้กังวลต่อข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปรายใช่หรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายในประเด็นใดอย่างชัดเจน และยังไม่เห็นฐานความผิดที่ชัดเจนว่ามีเรื่องใดถึงขั้นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนทำงานอย่างหนักและมีผลงาน แต่กลับถูกเสนอชื่ออภิปรายไปด้วย จึงต้องรอดูว่าข้อกล่าวหาที่จะนำมาอภิปรายมีรายละเอียดอย่างไร
เมื่อถามถึงการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 คนว่าเป็นการกระจายประเด็นหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า ตนก็อยากรู้เช่นกันว่าจะสามารถอภิปรายได้ครบทั้ง 18 คนหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาถึงกรอบเวลาในการอภิปราย และหากมีการอภิปรายเพียงบางส่วน แล้วรัฐมนตรีที่เหลือไม่ได้รับการอภิปราย ประชาชนก็ต้องตั้งคำถาม
“ถ้าอภิปรายไม่ครบ 18 คน เท่ากับหลอกลวงคนดู ผมจะไปฟ้องคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะเท่ากับหลอกลวงประชาชน” นายเอกภพกล่าว
นายเอกภพยืนยันว่า รัฐบาลเคารพกระบวนการตรวจสอบตามระบบรัฐสภา โดยรัฐมนตรีทุกคนพร้อมเข้าร่วมรับฟังข้อกล่าวหา และหากมีข้อมูลใดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็พร้อมชี้แจงและตอบโต้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง โดยเชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนสามารถชี้แจงประเด็นการทำงานของตนเองได้ ทั้งในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาต่าง ๆ
ส่วนกรอบเวลาในการอภิปราย นายเอกภพกล่าวว่า เป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลและฝ่ายค้านจะหารือและตกลงกันต่อไป













