‘ชูวิทย์’ ใช้สิทธิเลือกตั้ง ชูกำปั้น-น้ำตาคลอ ชวนตั้งสติ 5 วินาที เลือกชาติ-ประชาธิปไตย
‘ชูวิทย์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งดินแดง ชูกำปั้น-น้ำตาคลอ ชวนประชาชนตั้งสติ 5 วินาที เลือกชาติ-ประชาธิปไตย ย้ำ กาบัตร 3 ใบ ระวังกาผิด เตือนอย่าปลุกปั่น หวังคนใช้สิทธิ 80%
วันนี้ (8 ก.พ. 69) เวลา 09.59 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้เดินทางมาที่หน่วยเลือกตั้งที่ 39 เขตออกเสียงที่ 6 กรุงเทพมหานคร โดยอยู่ในลำดับที่ 101 เพื่อมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยวันนี้นายชูวิทย์สวมเสื้อสีดำกางเกงสีครีม พร้อมสวมแว่นตาดำ
ในระหว่างที่เดินมาที่หน่วยเลือกตั้งเจ้าตัวได้ชูกำปั้นขวา และมีประชาชนทักทายบอกให้นายชูวิทย์สู้ ๆ แต่เจ้าตัวบอกว่า “สู้อะไรผมไม่ใช่นักการเมืองแล้ว และขอเชิญชวนทุกคนให้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้ตั้งสมาธิและระลึกถึงประเทศชาติ ประชาธิปไตยใน 5 วินาที พร้อมมาทำหน้าที่เชิญชวนทุกคนประชาชนคนไทย บัตรใบเดียวมาใช้เสียงของท่าน”

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ นายชูวิทย์ บอกว่า ไม่ตื่นเต้น ส่วนเรื่องผลของการเลือกตั้งก็รอดูคืนนี้ รู้ผลแล้ว โดยในระหว่างที่รอคิว เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้มีประชาชนที่มาใช้สิทธิ สวมเสื้อสีส้มเข้ามาถ่ายรูปกับนายชูวิทย์ ก่อนชนหมัดด้วยกัน
ภายหลังเข้าไปใช้สิทธิกว่า 30 นาที นายชูวิทย์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่ง สดใส ผู้คนออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง และแปลกกว่าทุกครั้ง เพราะเราต้องกา 3 ใบจึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจ ใบแรก สส. เขตคือบัตรสีชมพู ใบที่ 2 เป็นใบของการเลือกพรรค ใบที่ 3 เป็นใบเรื่องของรัฐธรรมนูญ นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้กาบัตร 3 ใบ
นายชูวิทย์กล่าวว่า ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ที่มาทำหน้าที่ในเต็นท์วันนี้อากาศร้อนเราต้องให้กำลังใจเขา การเลือกตั้งในระดับ 10 ล้านคน อย่าไปคิดว่ากล่าว หรือไปตำหนิเขา โอกาสผิดพลาดมันมี ในช่วงหนึ่ง นายชูวิทย์ได้กล่าวพร้อมน้ำตา และเสียงฮือว่า มีบางคนขอสาบานต่อหน้าประชาชนว่า ตนจะมาเลือกประชาธิปไตยและประชาธิปไตย 5 วินาทีนี้ให้ในฐานะประชาชน ก็ต้องมาทำหน้าที่ต่อคิวกว่าครึ่งชั่วโมง และที่ร้องไห้เพราะว่าสมเพชเวทนาว่าคนที่จะมาอาสาถึงขนาดสาบาน เอาชีวิต และทั้งชีวิตตนปลาบปลื้มใจมากที่ร้องไห้เพราะเป็นประชาชน
“ตนให้คนที่เป็นอาสาสมัครเพื่อบ้านเมืองแล้วร้องห่มร้องไห้นี่เป็นเรื่องประหลาดเพราะสิทธิเวลาเข้าสภาเหลือล้น เงินเดือนหลักแสน อย่างไรก็ดีวันนี้ในช่วงเย็นก็จะรู้ผล ขอย้ำเตือนว่าประชาชนอย่ากาผิดเพราะกาผิดจะเสียคะแนนเปล่า และการเลือกตั้งครั้งนี้มีคนร้องห่มร้องไห้เยอะ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากำปั้นขวามีความหมายหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนเป็นราษฎรใหม่การที่ถือกำปั้นสะท้อนให้เห็นว่า ทหารที่พลีชีพ เสียแขนขา ต่อสู้เพื่อประเทศชาติ เราลืมเขาไม่ได้ และอีกอย่างหนึ่งเขาไม่เคยร้องไห้ ทหารเหล่านี้พลีชีพ การเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจึงชูกำปั้นไว้ว่าต้องสู้ และฝากบอกว่าคนที่จะมาอาสา ไม่ต้องร้องห่ม ร้องไห้ งานนี้เป็นงานอาสาสมัครเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ในเต็นท์ที่อาสามาทำหน้าที่ พวกเขาเป็นอาสาสมัคร การเป็น สส.ก็เป็นอาสาสมัคร การที่ประชาชนอย่างตนมาลงเลือก ก็เป็นเพราะเต็มใจมา ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชน ให้ออกมาใช้สิทธิ และเชื่อว่าจะมีคนออกมาใช้สิทธิวันนี้ถึงร้อยละ 80%

เมื่อมีข่าวว่ามีการซื้อเสียง นายชูวิทย์ กล่าวว่า การซื้อเสียงรณรงค์มากี่ครั้งแล้ว การซื้อเสียงไม่ใช่สิ่งที่ดีแต่วิธีการของท่าน การใช้กระแสโกหกไม่ใช่ดี กระสุนก็ไม่ดี ร้องห่มร้องไห้ก็ไม่ดีเพราะอะไร เพราะท่านเป็นอาสา ท่านร้องไห้จะเป็นจะตายหากเป็นอาสาก็ไม่ต้องมา อยู่บ้านดีกว่า ดังนั้นการใช้กระแส ปลุกปั่น ประชาชนท่านเลือกไปเถอะเลือกพรรคที่ท่านชอบ ที่ท่านอิน แต่ขออย่างเดียวขอว่าให้มองประเทศชาติเป็นหลัก และให้มาใช้สิทธิตามที่ต้องการไม่มีใครบังคับ ตนไม่เคยบังคับภารกิจของตนจบแล้ว เพียงแต่ว่าตนเป็นผู้ติดตามการเมือง และเป็นผู้รู้ซึ้ง รู้ทัน ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็บังคับไม่ได้ ส่วนใครที่จะด่าก็ขอบคุณ และหวังว่า ปีหน้าคงไม่ต้องมาเลือกใหม่ เพราะมาบ่อย ๆ มันไม่ค่อยดีมันเหนื่อยเหมือนกัน
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะสร้างจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า อย่าเปลี่ยนเลยอย่าว่าแต่ประเทศไทย ต่างประเทศก็เป็นเหมือนกัน เพราะยิ่งเปลี่ยนยิ่งแย่ การเปลี่ยนแปลงมีแน่แต่ต้องใช้เวลา ยืนยันอย่าเปลี่ยนเลย อย่าให้ถึงทางตัน อย่าให้ไม่มีทางออก และอย่ามาเสียสัตย์ร้องไห้เพื่อชาติเลย สิ่งต่างๆเหล่านี้เขาทำมาหมดแล้ว คือ “ฉกฉวย แย่งชิง ผูกขาด ตัดตอน ลิดรอนสิทธิ์เพื่อน แทงหน้าแทงหลัง หน้าด้านหน้าทน มือยาวสาวได้สาวเอา ได้เอาไปฝากเมีย เสียยกให้เพื่อน เงื่อนเวลา อ้างฟ้าดิน สิ้นศรัทธา” มันเป็นกระบวนการที่วนเวียนอยู่
ส่วนในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองหลังปิดหีบประชาชนต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนวิเคราะห์ไม่ค่อยผิดเพราะอยู่กับกระแสมาก่อน ตนเข้าใจคนกรุงเทพฯ เข้าใจกระแสและเข้าใจการทำงาน องคาพยพของประเทศไทยมันกว้างการเปลี่ยนโดยใช้เวลาแค่ครึ่งปี 1 ปีหรือ 2 ปีคนที่มาพูดก็เปลี่ยนแล้ว แต่คนที่ไม่มีประสบการณ์ตนไม่อยากจะพูด และวันนี้ขอเชิญชวนให้ทุกคนเรามาโหวตเลือกพรรคที่ชอบกัน













