นายกฯ นั่งประชุม บก ปภ.ช. สั่ง เร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วม 1.04 หมื่นครัวเรือน 94 ล้าน
นายกฯ นั่งประชุม บก ปภ.ช. จวกยับนายอำเภอบ้านสร้าง ลั่น “น่าอับอายไม่ตั้งใจทำงาน” หลังผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ทำหนังสือขอย้าย บอก ถ้าแย่แบบนี้ ไม่ควรอยู่ในราชการ จี้ สอบวินัย – ทัศนคติ พร้อมสั่งเร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วม 1.04 หมื่นครัวเรือน 94 ล้าน
วันนี้ (7 ต.ค. 69) เวลา 08.15 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดว่า การประชุมวันนี้ขอเริ่มเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย เนื่องจากตนมีกำหนดเดินทางไปราชการที่ประเทศสิงคโปร์ และในวันพรุ่งนี้ช่วงเช้าจะเดินทางออกจากสิงคโปร์ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่มีการประชุม จึงอาจเข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยการประชุมวันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 โดยสถานการณ์โดยรวมถือว่าปรับระดับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นในหลายพื้นที่ ยกเว้นบางจังหวัดที่ยังไม่สามารถระบายน้ำได้ ทำให้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ โดยพื้นที่ดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานราชการต่างๆ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และลงไปบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างเต็มที่ เช่น จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือว่าได้รับผลกระทบอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีจังหวัดฉะเชิงเทรา และพื้นที่ในเขตปริมณฑลอีกหลายจังหวัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดได้รับการหารือและแลกเปลี่ยนร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินการในพื้นที่สามารถทำได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มมีปริมาณฝนเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้แล้ว จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือเตรียมการไว้แล้วในทุกด้าน ทั้งทรัพยากร วัตถุดิบ อาหาร และเส้นทางคมนาคมขนส่ง พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงตระหนักถึงบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาในพื้นที่หาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งการเตรียมอาหารและวัตถุดิบ รวมถึงน้ำดื่ม ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไม่สามารถหาร้านอาหารได้แม้แต่ร้านเดียว ต้องแย่งกันรับประทานไข่ต้มและไข่เจียวในช่วงวันแรกๆ ของเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่า ร้านอาหารจำนวนมากที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงหาบเร่แผงลอย หากเกิดภัยพิบัติขึ้น ซัพพลายเชนด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบหรือร้านอาหารทั่วไป สามารถหายไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสินค้าถูกกักตุนหรือถูกซื้อจนหมด และไม่สามารถนำเข้าจากพื้นที่อื่นได้ เพราะในกรณีของหาดใหญ่ เส้นทางสัญจรที่เข้าสู่พื้นที่ถูกตัดขาด ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือน รัฐยังสามารถจัดหาศูนย์พักพิงให้ประชาชนได้ แต่หากประชาชนเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงแล้วไม่มีอาหารและน้ำดื่ม จะกลายเป็นปัญหาใหญ่และรุนแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากร้านอาหาร รถเข็น ร้านค้า และตลาดต่าง ๆ จะถูกน้ำท่วมไปด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ร้านอาหารและแหล่งจำหน่ายอาหารมากกว่า 80% หายไปกับน้ำ
ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อาหารทั้งหมด ทั้งระดับตลาด ระบบขนส่งอาหาร และห้างสรรพสินค้า เช่น แม็คโคร โลตัส และอื่น ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายในการสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมถึงเรื่องน้ำดื่ม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยจากการลงพื้นที่แจกสิ่งของช่วยเหลือ พบว่าในบางครั้งประชาชนมีอาหารแล้ว แต่ยังขอน้ำดื่ม จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน
ส่วนถุงยังชีพ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า หากจะนำไปแจกจ่าย ต้องเน้นสิ่งของที่สามารถเปิดแล้วรับประทานได้ทันที เพราะที่ผ่านมาในบางครั้งมีการบรรจุข้าวสาร 5 กิโลกรัม ทำให้ทั้งผู้แบกและผู้รับต้องแบกรับน้ำหนัก ขณะที่บางคนต้องลุยน้ำมาแล้วและยังต้องถือถุงสิ่งของกลับเข้าไปอีก 6 กิโลกรัม ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงขอให้พิจารณาสิ่งของที่จะบรรจุในถุงยังชีพให้เหมาะสม
นายกรัฐมนตรี ระบุต่อว่า หากพื้นที่ประสบภัยถูกตัดขาดจากไฟฟ้าและน้ำประปา การแจกข้าวสารจะกลายเป็นภาระของประชาชน จึงขอให้เน้นอาหารสำเร็จรูปให้มากที่สุด ส่วนในช่วงฟื้นฟู เมื่อประชาชนมีน้ำและไฟฟ้าใช้แล้ว จึงค่อยปรับรูปแบบถุงยังชีพให้สามารถบรรจุข้าวสาร เพื่อให้ประชาชนนำไปดำรงชีพได้อีก 2-3 วันหลังจากกลับเข้าบ้าน
ส่วนการช่วยเหลือจะต้องมีกรอบเวลาในการเข้าไปช่วยเหลือให้เร็วและออกจากพื้นที่ให้เร็ว ไม่ใช่แจกสิ่งของจนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงแจกจ่ายต่อไป เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด และยังต้องกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นอีกจำนวนมาก จึงขอให้ ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการสถานการณ์ รวมถึงหน่วยงานกาชาด ประสานความร่วมมือกับผู้มีจิตศรัทธา เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามแนวทางดังกล่าว และสามารถกระจายความช่วยเหลือให้ประชาชนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เข้าใจดีว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มมีความเหนื่อยล้า โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หน้างาน ขณะที่สภาพอากาศยังมีความไม่แน่นอน แม้กระทั่งกรุงโตเกียวก็มีฝนตกต่อเนื่องถึง 40 วัน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลต่อสภาพจิตใจ อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่ใช่ข้อยกเว้น และต้องมีกำลังใจในการต่อสู้ โดยยึดถือความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ขณะนี้ น้ำส่วนใหญ่ถูกระบายออกไปแล้ว เหลือเพียงบางจังหวัดและบางพื้นที่ที่ยังมีอุปสรรคและไม่สามารถระบายน้ำออกได้ จึงต้องนำแผนการระบายน้ำต่าง ๆ มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดความสะดวกสูงสุดในการระบายน้ำ
สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอให้มีการแชร์ข้อมูลระหว่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจังหวัด เพื่อให้การวางแผนและบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกับทุกครั้งที่เกิดอุปสรรคในการดำเนินงาน หรือมีปัญหาเฉพาะกิจในด้านต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างจังหวัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ควรแก้ปัญหาเฉพาะในเขตพื้นที่ของตนเองเท่านั้น แต่ต้องแชร์ข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียง และหากเป็นไปได้ ในระดับกระทรวงจะต้องเป็นผู้ประสานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้การวางแผนระบายน้ำระหว่างจังหวัดมีประสิทธิภาพ สามารถระบายน้ำข้ามพื้นที่ และนำไปสู่การระบายลงสู่แหล่งรับน้ำ ทั้งบนผืนแผ่นดินและทะเล
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีการพูดคุยและใช้เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกัน พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้จัดประชุมทุกวัน ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยการประชุมระดับย่อยจะต้องมีการประชุมเป็นระยะระหว่างวัน และนำข้อมูลมาสรุปในการประชุมใหญ่ทุกวัน
ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ในพื้นที่ที่มีการสำรวจแล้ว ขอให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนให้รวดเร็วที่สุด โดยจนถึงวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ปภ.ได้โอนเงินเยียวยาให้ประชาชนแล้วประมาณ 10,400 กว่าครัวเรือน เป็นเงินประมาณ 94 ล้านบาท
อีกทั้ง ตั้งแต่มีการใช้ระเบียบดังกล่าว ครั้งนี้น่าจะเป็นการโอนเงินที่รวดเร็วที่สุดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ต้องรอจังหวัดส่งรายชื่อเข้ามา และโอนเงินครั้งละเป็นพันหรือหมื่นราย แต่ครั้งนี้ขอให้มีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและประสานกับธนาคารออมสิน โดยไม่ต้องเกรงใจธนาคาร เพราะธนาคารได้รับเงินโอนจากสำนักงบประมาณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ธนาคารจะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับรายชื่อดังกล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอให้ ปภ.จัดทำระบบตรวจสอบภายในให้เรียบร้อยก่อน หมายความว่า เมื่อส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสินแล้ว ไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์กลับไปยังจังหวัดเพื่อสอบย้อนอีก การตรวจสอบรายชื่อ จำนวนเงิน และการมีตัวตนของผู้รับ จะต้องอยู่ในระบบของ ปภ. เนื่องจากรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งมาจากจังหวัด โดยเบื้องต้นต้องตรวจสอบว่ามีการสำรวจและตรวจสอบตามลำดับขั้นตอนมาแล้ว ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะต้องดำเนินการสำรวจตามหน้าที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอให้อธิบดี ปภ.หารือกับผู้อำนวยการใหญ่ธนาคารออมสินว่า เมื่อรายชื่อไปถึงแล้วต้องดำเนินการโอนเงินทันที โดยวันนี้ได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า มีการโอนเงินให้แล้ว 10,000 ครัวเรือน และเงินจะเข้าบัญชีในวันศุกร์
นายกรัฐมนตรี ชี้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การใช้เช็ค และเงินไม่ได้ผ่านระบบเคลียร์ริ่ง จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมื่อมีการกดโอนแล้ว เงินจึงใช้เวลาเดินทางถึง 2 วัน โดยตั้งข้อสงสัยว่าเงินที่ถูกกดโอนไปแล้วไปพักอยู่ที่ใด ซึ่งหากมองในแง่โอกาส ถือเป็นการสูญเสีย จึงขอให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ และนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อจะได้แก้ไขปัญหา
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับรายงานเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่กรมการปกครองรายงานว่าได้ตรวจสอบแล้ว และพบว่าเป็นความจริงว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่กระตือรือร้น ไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท และไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมีการส่งของไปยังพื้นที่ก็แจ้งให้รอและเลื่อนการดำเนินการไปเป็นวันรุ่งขึ้น ส่วนการอพยพประชาชนก็ไม่ได้ประสานงานอย่างเต็มที่ จนเป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทำหนังสือขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
“อันนี้เป็นสิ่งที่น่าอับอายและน่าละอายอย่างมากที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในระบบราชการของเรา ถือว่าเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คน และอำเภอบ้านสร้างถือว่า ณ วันนี้เป็นแชมป์ประเทศไทย เป็นอำเภอที่ลำบากที่สุด ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และการแต่งตั้งให้เขาไปอยู่ที่นั่น แต่งตั้งเมื่อไหร่ แต่งตั้งอย่างไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น เรื่องนี้สำหรับกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นเรื่องน่าอับอายว่าเรามีคนเช่นนี้ยังอยู่ในระบบการปกครองของกระทรวง กว่าผู้ว่าราชการจะเขียนหนังสือแบบนี้มาคงจะคิดแล้วคิดอีก และลงรายชื่อด้วยตัวเอง ทราบว่าอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการเรียกเข้ามาประจำที่โรงเรียนนายอำเภอแล้ว ขอให้ดำเนินการสอบสวนทั้งทางวินัย และดูทัศนคติว่าเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์รุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเขาใส่ใจมากกว่านี้ อำเภอบ้านสร้างจะมีสถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ ให้ทำการประเมินออกมาให้เรียบร้อยและละเอียด
“ผมมองว่าคนแบบนี้ ถ้าแย่อย่างนั้นจริง รับราชการไม่ได้ ต้องไม่ให้อยู่ในระบบราชการของเรา เพราะสร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมขอให้รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีทำรายงานชี้แจงด้วยว่า ทำไมท่านถึงทำจดหมายเช่นนี้มา และแจ้งด้วยว่าขณะนี้ท่านได้แก้ไขสถานการณ์ไปอย่างไร ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินการอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง และนายอำเภอคนนี้อยู่มา 5 ปีแล้ว ต้องรู้จักสถานที่ ต้องคาดการณ์พื้นที่ได้ดี แต่ก็ยังปล่อยให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ฉะนั้น ต้องดำเนินการไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องให้เห็นว่าหน้าที่ในการดูแลประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตั้งแต่ประชุมกันมา 7-8 วัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเศร้าใจที่สุด ที่มีคนประเภทอย่างนี้และยังอยู่ในระบบการปกครองของเรา ขอให้เร่งดำเนินการ อย่าให้มีคนอย่างนี้อีกในช่วงที่เรากำลังเผชิญกับสภาวะอุทกภัยอยู่”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมการเร่งจ่ายเงินเยียวยา โดยขณะนี้ดำเนินการตามรายชื่อที่ส่งเข้ามา ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะต้องเร่งสำรวจและส่งรายชื่อ โดยถือเป็นการแข่งขันกันเร่งดำเนินการ เนื่องจากมีการจัดสรรงบประมาณไว้แล้วตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 หากไม่มีผลกระทบหรืออุปสรรคใด ๆ ขอให้ทุกจังหวัดดำเนินการด้วยความรวดเร็วตามข้อสั่งการดังกล่าว













