POLITICS

‘จับคู่กู้เงิน’ ต่อสายป่านร้านอาหาร ‘พาณิชย์’ จัดแมตช์ชิ่งเงินกู้ ระหว่างสถาบันการเงินกับร้านอาหาร

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ“จับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหาร โดยมีนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยพร้อมคณะผู้บริหาร เช่นนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และผู้บริหารสถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร

โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะอยากเห็นธุรกิจบริการมีคนช่วยมาทำหน้าที่เจ้าภาพเฉพาะกิจช่วยดูแล สำหรับภาคบริการคือภาคร้านอาหาร และในช่วงที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เข้ามามีส่วนการดำเนินการเพื่อต่อลมหายใจให้กับร้านอาหารแล้วครั้งหนึ่งคือโครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot ที่ 11 โดยนำแพลตฟอร์ม 5 แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย Robinhood Gojek LINEMAN Grab และ foodpanda เพื่อช่วยกันกำหนดมาตรการช่วยร้านอาหารและผู้บริโภคที่ซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ 3 เรื่อง

1.ลดค่า GP จาก 30-35% เหลือ 25% ช่วยร้านอาหารให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

2.ลดราคาสินค้าหรืออาหารให้กับผู้บริโภคที่ใช้บริการเดลิเวอรี่โดยลดราคาอาหารสูงสุดถึง 60%

3.ลดค่าส่งอาหารให้กับผู้บริโภคจาก 3-5 กิโลเมตร ลดจาก 40 บาทเหลือศูนย์บาท ยกเว้น LINEMAN

วันนี้ถือว่าเป็นการต่อสายป่านให้กับร้านอาหารภาค 2 ที่ส่วนหนึ่งอยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องเงินทุนหรือผ่อนปรนภาระหนี้สินที่มีอยู่ รวมทั้งหาแหล่งเงินกู้ โครงการ จับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหาร โดยเชิญสถาบันการเงิน 5 แห่ง มาทำหน้าที่ปล่อยกู้โดยเฉพาะ โดยผ่อนปรนให้มากที่สุด ประกอบด้วย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน

ส่วนร้านอาหารประสานงานผ่าน 7 สมาคม

1.สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู๊ด
2.สมาคมภัตตาคารไทย
3.สมาคมร้านอาหารและธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อย
4.สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร
5.สมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร
6.สมาคมเชียงใหม่ภัตตาคารร้านอาหารและบันเทิง และ
7.สมาคมร้านอาหารไทยจังหวัดกระบี่

รวมทั้งกลุ่มร้านอาหารอื่นๆทั่วทั้งประเทศโดยร้านอาหารทั่วทั้งประเทศที่อยู่ในระบบทะเบียน มีทั้งสิ้นประมาณ 120,000 รายโดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประมาณ 16,000 ราย ที่เหลือจดทะเบียนทำธุรกิจในฐานะบุคคลธรรมดา โดย 120,000 รายจะสามารถเข้ามาร่วมโครงการเจรจากับสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่งได้ทั้งในส่วนกลางส่วนภูมิภาค

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อด้วยว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ หรือเข้าถึงสถาบันการเงินโดยมีดอกเบี้ยราคาพิเศษและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี และเงื่อนไขผ่อนปรนอื่นๆ เพื่อให้โครงการนี้สามารถช่วยร้านอาหารได้จริงในทางปฏิบัติเพราะรัฐบาลมีวงเงินให้สถาบันการเงินเหล่านี้ในการปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจบริการรวมทั้งเอสเอ็มอีและไมโครเอสเอ็มอี และโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2564 โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจัดอบรมโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความรู้กับสถาบันการเงินร่วมกับร้านอาหารที่สนใจใช้บริการสถาบันการเงินในการเตรียมตัวก่อนดำเนินการกู้เงินในวันนี้ โดยมีผู้เข้าชมกว่า 6,000 คนและมีการแชร์ออกไปอีกเป็นจำนวนมากไปแล้ว

Related Posts