‘ชวน’ ซัด ‘พิพัฒน์’ เป็นรัฐบาลเลือกพัฒนาเฉพาะพื้นที่ไม่ได้ ทำระบอบประชาธิปไตยผิดเพี้ยน
‘ชวน’ ซัด ‘พิพัฒน์’ คิดแบบธุรกิจการเมือง หวังผลกำไร ปมพาดพิงพื้นที่ภาคใต้มีนายกฯ 2 สมัย แต่ไม่พัฒนา ท้า เอ่ยชื่อให้ชัดไม่ต้องมานั่งตีความ ย้ำ เป็นรัฐบาลเลือกพัฒนาเฉพาะพื้นที่ไม่ได้ ทำระบอบประชาธิปไตยผิดเพี้ยน ยกบทเรียน ‘ไทยรักไทย’ ชวด สส.ใต้ เพราะเลือกปฏิบัติ
วันนี้ (7 ม.ค. 69) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย หลังมีการพาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี 2 สมัยแต่ไม่ได้รับการพัฒนาว่า ข้อความบางตอนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน และการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่ที่ไม่ควรโจมตีให้ร้ายใคร ควรเป็นการแถลงนโยบาย หรือผลงานมากกว่า จึงอยากเตือนด้วยความเคารพ
ส่วนที่มีการเปรียบเทียบการบริหารจังหวัดสุพรรณบุรีในสมัย นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรีปีเดียว แต่พัฒนาจังหวัดไปได้มาก และยกพื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ มีนายกรัฐมนตรี 2 ครั้งติดต่อกัน มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อก็รู้ว่าเป็นใคร ควรเอ่ยชื่อให้หมดเรื่องหมดราว ไม่ต้องมานั่งตีความกัน
นอกจากนี้ การที่นายพิพัฒน์พูดว่า หากพื้นที่ 14 จังหวัดช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย จะนำงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการเลือกปฏิบัติพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนเข้าไป เคยเกิดขึ้นในสมัยที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้คำว่าพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อน เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ฉะนั้นสิ่งที่นายพิพัฒน์พูดก็เป็นแนวคล้ายคลึงกัน
ปัญหาคือเมื่อพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เมื่อพูดอย่างนี้คือถ้าไม่เลือกก็จะไม่จัดงบประมาณไปให้ เป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 เลือกปฏิบัติเพราะความคิดความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน เพราะการเลือกหรือไม่ และถ้าใช้วิธีนี้ ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้นอย่างในสมัยนายทักษิณ และจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่จะผิดเพี้ยนไป กลายเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก
นายชวน ระบุว่า การนำไปเปรียบเทียบจังหวัดตรัง สมัยตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย 6 ปีกว่า ได้ทำโครงการพัฒนาประเทศไม่ได้เจาะจงเฉพาะจังหวัดตรัง แต่ทำทั่วประเทศอย่างโครงการพัฒนาถนน 4 เลนภาคเหนือสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย ภาคใต้สิ้นสุดที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย
นายชวน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์นั่งเครื่องบินไปจังหวัดตรัง แล้วพบกับตนเองเพื่อหา สส. 2 คน ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่เคยวิจารณ์ แต่การพาดพิงอย่างนี้ส่งผลกระทบต่อการหาเสียงจังหวัดตรัง คนจะเข้าใจผิดว่าไม่เคยทำอะไรให้จังหวัดตรัง
การที่นายพิพัฒน์ใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่กล่าวโจมตีให้ร้าย กระทบในทางกฎหมาย ในหลักแล้วไม่ถูกต้อง พูดให้ร้ายไม่ตรงกับความเป็นจริง เปรียบเทียบกับสุพรรณบุรีซึ่งก็ไม่มีสนามบิน การเป็นนักการเมืองต้องให้ความสำคัญกับประชาชนทุกจังหวัด ประชาธิปไตยจะไปได้เมื่อมีความยุติธรรม ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เลือกแล้วบ้านเมืองจะล้าหลัง จะไม่ได้รับการพัฒนา ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องพัฒนาทุกจังหวัด
“ใครมาเป็นรัฐบาลในเที่ยวหน้า ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด พี่น้องภาคใต้ขอให้รับรู้ถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรังขอให้รับทราบว่าสิ่งที่นายพิพัฒน์พูด ตนได้พัฒนาจังหวัดตรังเหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ใครมาจังหวัดตรังแล้วด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวรู้จักกันกับนายพิพัฒน์ เป็นนักธุรกิจที่มาทำงานการเมือง ทัศนคติอาจมองแบบนักธุรกิจืต้องมีกำไรขาดทุน เมื่อลงทุนแล้วต้องได้ ดังนั้นเลือกถึงจะให้ ซึ่งความจริงทำเช่นนั้นไม่ได้ งบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว การเลือกปฏิบัติไม่ควรจะมี สิ่งเหล่านี้พรรคไทยรักไทยได้บทเรียนมาแล้ว ไม่มี สส.ใต้ แม้แต่คนเดียว












