POLITICS

‘วีระยุทธ’ เตือน แลนด์บริดจ์ พ่วงร่าง พ.ร.บ. SEC อาจซ้ำรอย EEC – ‘ภคมน’ ซัดรัฐบาลอย่าขายฝันคนใต้

‘วีระยุทธ’ เตือนแลนด์บริดจ์ซ่อน 2 ชั้นความเสี่ยง ชี้พ่วงร่าง พ.ร.บ. SEC อาจซ้ำรอย EEC ภาคตะวันออก-เปิดช่องมหาอำนาจแทรกเกมภูมิรัฐศาสตร์ ด้าน ‘ภคมน’ ซัดรัฐบาลอย่าขายฝันคนใต้ จี้พิสูจน์ความจริงใจ หลังพบมีบริษัทนอมินีกว้านซื้อที่ดินภาคใต้ 500 ไร่ หวั่นเอื้อทุนต่างชาติ

วันนี้ (6 พ.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ภายหลังการประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 1 ว่า เห็นชัดว่ารัฐบาลต้องการลดแรงเสียดทานของโครงการแลนด์บริดจ์ หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลับไปศึกษาความคุ้มค่าและการลงทุนเพิ่มเติมอีก 90 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่

นายวีระยุทธกล่าวว่า อยากชวนสังคมร่วมกันพิจารณาว่า นอกจากเรื่องแลนด์บริดจ์แล้ว ยังมีประเด็นที่ครอบอยู่เหนือโครงการนี้อีก 2 ชั้น ซึ่งมีความสำคัญและควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน

ชั้นแรก คือโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. SEC หรือกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโครงการ EEC ที่เคยเกิดขึ้นในภาคตะวันออก เป็นการให้อำนาจพิเศษที่อาจเบี่ยงเบนหรือข้ามผ่านกฎหมายเดิมจำนวนมาก จึงต้องตั้งคำถามว่าจะเสี่ยงซ้ำรอยปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในภาคตะวันออกหรือไม่ ทั้งในเรื่องการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและปัญหาอื่นที่จะตามมา

ส่วนชั้นที่ 2 คือปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยระบุว่า จากรายงานฉบับล่าสุดเห็นชัดว่าความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการมีความเสี่ยง อัตราผลตอบแทนทางการเงินอยู่เพียง 4% ขณะที่มูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทำให้เกิดข้อกังวลว่าจะมีผู้ลงทุนจริงหรือไม่

นายวีระยุทธกล่าวว่า รัฐบาลจึงนำปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกเข้ามาร่วมพิจารณา ซึ่งหากถามว่าฟังขึ้นหรือไม่ ต้องยอมรับว่าฟังขึ้น เพราะสถานการณ์อย่างการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ต้องนำปัจจัยดังกล่าวเข้ามาประกอบการตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ยิ่งนำประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาพิจารณา ยิ่งทำให้เกิดความกังวลกับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้า เพราะนี่คือไพ่สำคัญของประเทศไทย ไม่ควรผูกโยงกับชาติมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศ หากปล่อยให้มหาอำนาจเข้ามาครอบครองหรือมีอิทธิพลมากเกินไป อาจกลายเป็นจุดเปราะบางทั้งด้านพลังงานและความมั่นคงในอนาคต

นายวีระยุทธย้ำว่า หากรัฐบาลจะใช้ปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในการผลักดันโครงการ ก็ควรใช้โอกาสนี้วางยุทธศาสตร์ใหม่ให้ประเทศไทย โดยกระจายความเสี่ยงทั้งด้านเทคโนโลยีและประเทศที่จะเข้ามาร่วมลงทุน พร้อมยืนยันว่า ทั้ง 2 ชั้นของประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง

ด้าน น.ส. ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนมุมมองเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมภาคใต้ กล่าวว่า พรรคไม่ได้ขวางการพัฒนา แต่ต้องรู้ทันรัฐบาล และวันนี้สังคมต้องมองภาพให้ใหญ่กว่าแลนด์บริดจ์ เพราะสิ่งที่รัฐบาลต้องการจริง ๆ อาจเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ. SEC

น.ส. ภคมน กล่าวว่า อย่าใช้โอกาสนี้นำจุดอ่อนของภาคใต้ไปขายฝัน แม้คนใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ต้องการต่อยอดจากฐานทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ต้องการงาน ต้องการรายได้ แต่การนำแลนด์บริดจ์มาโฆษณาโดยไม่พูดถึงที่มาที่ไปของโครงการ หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนโครงการเริ่มต้น เป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป

พร้อมตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลจะบอกว่าโครงการนี้จะสร้างเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงิน ก็ต้องตอบให้ได้ว่าเม็ดเงินนั้นสร้างให้ใคร และหากจะใช้โมเดลแบบ EEC ก็มีบทเรียนให้เห็นอยู่แล้วว่าใครจะเป็นผู้การันตีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้อีก

น.ส. ภคมน ยังกล่าวด้วยว่า น่าเสียดายที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยกเลิกการลงพื้นที่ โดยอยากให้รัฐมนตรีลงไปรับฟังประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง พร้อมแนะนำให้ลงพื้นที่ที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนพร้อมให้ข้อมูล นอกจากนี้ยังระบุว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินแล้วประมาณ 500 ไร่ โดยบริษัทนอมินี ซึ่งคนในพื้นที่รู้จักกันในชื่อ “อาม่า” พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาล และมองว่าทุกอย่างถูกเร่งรัดมากเกินไป

น.ส. ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนถามนายกรัฐมนตรีว่า จะการันตีได้อย่างไรว่าโครงการนี้จะไม่เอื้อประโยชน์ให้ทุนต่างชาติ แต่นายกรัฐมนตรีตอบเพียงว่า “ให้ดูหน้าท่าน” และยืนยันว่าตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้ใคร

“ดิฉันคิดว่าการตอบแบบนี้ ขอโทษนะคะ มักง่ายไปหน่อย ถ้าท่านจะมาการันตีว่าจะไม่ทำเพื่อใคร วันนี้สิ่งที่เราพูดกันคือผลประโยชน์ของประชาชน ต้นทุนของประเทศ และทรัพยากรของประเทศ รัฐบาลต้องยืนยันด้วยข้อเท็จจริง ดิฉันคิดว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจตั้งแต่แรก” น.ส. ภคมน กล่าว

Related Posts

Send this to a friend