POLITICS

‘กัณวีร์-อภิสิทธิ์’ ไหว้อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ก่อนปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่ภูชี้ฟ้า

หวังปักธงเชียงราย 5 เขต ขอโอกาส ‘พลวัต‘ รับใช้ ปชช.มุ่งแก้ปัญหามลพิษข้ามแดน-ส่วยสัญชาติ

วันนี้ (6 ม.ค.69) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย นำทีมผู้สมัคร สส.เชียงราย ทั้ง 5 เขต ได้แก่ นายเอกนิสิต ศรีแก้ว เขต 1, นายชาติบัญชา จำปาเจียม เขต 4, นายพันธวัช ภูพาพันธกานต์ เขต 5, นางภัทรวัลย์ ผลไพบูลย์ เขต 6 และนายเสรี วังแง่ เขต 7 สักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เอาฤกษ์เอาชัยก่อนขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ที่ภูชี้ฟ้า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ในช่วงเย็นวันนี้

นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองไม่ได้ขอพรอะไร แต่มาบอกว่าวันนี้พรรคพลวัตมาแล้ว ขออาสาเป็นผู้รับใช้พี่น้องประชาชน ขอมาบอกประชาชนว่าเราทำจริงและจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ลูกหลานชาวเชียงรายเห็นปัญหาเยอะแยะมากจึงอยากจะอาสามาทำงาน ซึ่งพรรคพลวัตต้องการมาปักหมุดที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 5 เขต จากทั้งหมด 7 เขต เรามีคนที่ทำงานในพื้นที่มานาน ทั้งปัญหามลพิษข้ามแดน ส่วยสัญชาติ คอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ เราไม่ได้มาหาเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการมารับฟังประชาชนและเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งปัญหาชายแดนถือเป็นนโยบายเรือธงของพรรคพลวัต

ส่วนสาเหตุที่ต้องการมาปักธงที่จังหวัดเชียงรายเนื่องจากจังหวัดเชียงรายมีวิกฤตที่ไม่มีพรรคการเมืองหรือรัฐบาลไหนให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหามลพิษข้ามแดนจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธทำให้แม่น้ำรวก สาย กก โขง และวิถีชีวิตชาวเชียงรายได้รับผลกระทบ พรรคพลวัตจะเข้ามาเป็นผู้รับใช้ เราสามารถแก้ปัญหาข้ามพรมแดนได้ไม่ใช่แค่รอให้ปัญหาอยู่ในประเทศไทยแล้วตอบสนอง เราจะทำงานโดยการใช้การทูตเชิงรุกหารือกับประเทศเพื่อนบ้านและบริษัทที่ก่อมลพิษ

ขณะที่วิกฤตเรื่องส่วยสัญชาติ เรามีพี่น้องชาติพันธ์ุในพื้นที่ชายขอบราว 483,226 คนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่จะต้องได้รับสัญชาติ แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาคอรัปชั่น เรียกรับสินบนทำให้พี่น้องชาติพันธ์ุยังไม่ได้รับสัญชาติตามที่ควรจะเป็น ส่วนเรื่องปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ จังหวัดเชียงรายติดกับประเทศเมียนมาและลาว คนไทยเข้าไปอยู่ในขบวนการนำพาและเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ เพราะนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้

เมื่อถามว่าพรรคพลวัตมีอะไรจะไปสู้กับเจ้าของพื้นที่เดิม บ้านใหญ่ และบ้านใหม่ในจังหวัดเชียงราย นายกัณวีร์ ระบุว่า พรรคพลวัตมีผู้ปฏิบัติงานจริง มีอุดมการณ์ มีแนวทางการแก้ปัญหา เราจะสร้างศรัทธาให้กับประชาชนว่าเราทำได้ ซึ่งตนเองได้ทำงานพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน มั่นใจว่าแนวทางการต่อสู้เพื่อทวงสิทธิ์คืนให้กับประชาชนเป็นแนวทางที่จำเป็นที่สุด เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อประชาชนฐานรากได้อีกต่อไป ประชาชนไม่สามารถยืนได้ด้วยขาตนเอง เหตุใดถึงเอาโครงการจากส่วนกลางมาทุ่มให้กับประชาชน โดยเฉพาะโครงการประชานิยมที่ประชาชนได้รับแล้วก็หายไป แต่เราจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องเศรษฐกิจชุมชนให้พวกเขายืนได้ด้วยตนเองและทำรายได้ให้บ้านเกิด

“บ้านใหญ่เป็นอีกเรื่อง แต่บ้านใหม่จะเป็นบ้านที่ทำงานอย่างแท้จริง เพราะการอาสาเป็นผู้รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงสำคัญมากกว่า”

นายกัณวีร์ ระบุอีกว่า เราไม่ได้ห่วงทั้งเรื่องกระแสและกระสุน ทั้งหมด 63 เขตที่พรรคพลวัตส่งผู้สมัคร สส. เรามั่นใจว่าการเมืองครั้งนี้เป็นการเมืองที่ประชาชนต้องตัดสินใจว่าอยากจะเห็นการเมืองคงที่อยู่แบบนี้หรือไม่ พรรคพลวัตอาสาทำงานโดยใช้ผู้ที่ปฏิบัติจริงทั้งหมด เราเต็มที่ อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้จะลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีปัญหาที่ดินจากคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ทั้งยังมีการประกาศพื้นที่อุทยานบนพื้นที่ทำกิน พรรคพลวัตเห็นว่าพี่น้องชาติพันธ์ุทั้งประเทศถูกรัฐมองข้าม พวกเขาถูกทิ้งข้างหลัง ฉะนั้นจะต้องให้ความเท่าเทียม เพราะเราไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อีกแล้ว

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าจังหวัดเชียงรายเป็นเมืองศิลปะ การออกแบบ และหัตถกรรม เรามีศิลปินที่มีชื่อเสียงจำนวนมากในจังหวัดเชียงราย ฉะนั้นการผลักดันให้เมืองเชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนศิลปินกลุ่มฐานรากให้มีโอกาสฉายแสงในระดับประเทศ เพื่อให้เห็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย นายกัณวีร์ นายอภิสิทธิ์ ได้นำทีมผู้สมัคร สส.เชียงรายทั้ง 5 เขต ขึ้นรถแห่หาเสียงวนรอบเมืองเชียงราย และเดินพบปะชาวบ้านบริเวณย่านหอนาฬิกาเชียงรายด้วย

Related Posts

Send this to a friend