‘ทนายนรเศรษฐ์’ ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ‘สุชาดา’ หลังนาฬิกา Rolex ไม่อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน
‘ทนายนรเศรษฐ์’ ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ‘ไอเดียร์ สุชาดา’ หลังพบใส่นาฬิกา Rolex Cosmograph Daytona ช่วงหาเสียงจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน ขอรอดู กมธ. เรียกเจ้าตัว – สามี เข้าชี้แจงก่อน หากพบความผิดปกติ เตรียมยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบต่อ
วันนี้ (5 ต.ค. 69) นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
นายนรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า ตนเองมายื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เนื่องจากการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อทาง ป.ป.ช. ไปก่อนหน้านี้ ในวันที่ 15 มีนาคม 69 ระบุว่ามีนาฬิกา Rolex 1 เรือน แต่ไม่ปรากฏว่ามีนาฬิกา Rolex Cosmograph Daytona แต่อย่างใด ซึ่งจากการที่ตนเองไปตรวจสอบในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม กลับพบการสวมใส่นาฬิกาคล้ายยี่ห้อ Rolex Cosmograph Daytona ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อไม่พบข้อมูลการยื่นต่อ ป.ป.ช. ตนเองจึงมายื่นหนังสือให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันควรบอกแจ้งหรือไม่ และได้แนบหลักฐานทั้งหมด ทั้งการสวมใส่นาฬิกาตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 69, 30 ม.ค. 69 วันที่ 4, 6, 9 ก.พ. 69 โดยมีการถ่ายภาพร่วมกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมด้วย ตนได้แนบหลักฐานมาให้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว
เมื่อถามว่า หากมีการอ้างว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นของเพื่อน นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า หากย้อนดูรายการข่าวที่สอบถามนางสาวสุชาดาแล้วนั้น ว่านาฬิกาเป็นของเจ้าตัวหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นของคนอื่นหรือเป็นของตัวเอง แต่ตอบเพียงว่าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินไปหมดแล้ว ดังนั้น หากนาฬิกาเป็นของเพื่อน แฟน คนรู้จัก แล้วยืมมานั้น เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าในกรณีถือครองทรัพย์สินแทนถือเป็นหนี้สินที่จะต้องมีการใช้คืน ดังนั้นจึงต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. หากยืมมาแล้วไม่ได้ระบุไว้ ตนเชื่อว่า ป.ป.ช. จะนำคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวมาพิจารณาด้วย ซึ่งตนเองได้แนบคำพิพากษาส่งไปแล้ว และในเบื้องต้นยังมีแค่เรื่องนี้ โดยภายหลังจากที่ตนเองโพสต์ข้อมูลเรื่องนาฬิกา ก็มีคนส่งข้อมูลเข้ามา หากพบความผิดปกติ ก็จะมีการยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป
ส่วนหากมีการอ้างว่าซื้อนาฬิกาเรือนดังกล่าวภายหลังจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ต้องตอบให้ได้ว่าในช่วงหาเสียง ก่อนการเลือกตั้ง ใส่นาฬิกาเรือนนั้นได้อย่างไร และหากอ้างว่าไม่ใช่นาฬิกาของจริงก็ต้องมีการส่งเรือนนาฬิกาให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่ และหากบอกว่าเป็นนาฬิกาก๊อปก็ต้องดูว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมด้วยหรือไม่ เพราะผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อปวงชนใส่นาฬิกาก๊อปและมีโลโก้ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ยิ่งจะเป็นประเด็นต่อไปอีก
นายนรเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า การยื่นเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องแรก แต่จะมีเรื่องอื่นหรือไม่นั้น ขอให้รอการประชุมคณะกรรมาธิการทางกฎหมาย สิทธิมนุษยชนและการยุติธรรมในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ก่อน แล้วถ้ามีข้อมูลส่วนอื่นตนเองจะมายื่นในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เพราะหลังจากโพสต์เรื่องนาฬิกาก็มีคนที่มีข้อมูลส่งข้อมูลมาให้ตนเองเรื่อย ๆ
ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ว่าสามีของนางสาวสุชาดา เกี่ยวข้องกับเว็บพนันนั้น นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า ตนเองเห็นผ่าน ๆ เชื่อว่าหากข้อมูลดังกล่าวมีมูลความจริง ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสอบสวนกลาง ปปง. ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะหากเกี่ยวข้องจริงก็ถือว่าเป็นความผิดที่ค่อนข้างร้ายแรง
ส่วนการที่ กมธ. กฎหมายฯ เชิญสามีนางสาวสุชาดา ไปให้ข้อมูลนั้น สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ เขียนไว้ว่า กมธ. มีอำนาจในการเชิญ หรือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริงได้ โดยไม่จำเป็นว่าบุคคลนั้นต้องเป็นผู้ต้องหาหรือมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง แล้วเพียงแค่มาให้ข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ก็สามารถเรียกมาให้ข้อมูลได้ และกฎหมายไม่ได้กำหนดว่า ถ้าไม่ไป จะมีโทษทางอาญา เพียงแต่หากเป็นข้าราชการ ถ้าไม่ไป ก็จะมีโทษทางวินัย
นายนรเศรษฐ์ ย้ำว่า ตนเองไม่เคยรู้จักนางสาวสุชาดาเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อเป็นข่าว บางเพจเปิดข้อมูลเรื่องนาฬิกา ตนเองก็ย้อนไปดูไทม์ไลน์ในแต่ละช่วง และก็พบข้อมูลวันศุกร์ จึงเดินทางมายื่นร้องวันจันทร์พอดี













