POLITICS

รัฐบาลยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ ครม. ไฟเขียว MOU ไทย-เมียนมา ใหม่

รัฐบาลยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ ครม. ไฟเขียว MOU ไทย-เมียนมา ใหม่ คุ้มครองสิทธิแรงงาน ป้องกันค้ามนุษย์-จ้างงานผิดกฎหมาย

วันนี้ (5 ส.ค. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ลงนามในเอกสารทั้งสองฉบับ เพื่อปรับปรุงกรอบความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และรองรับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้เป็นไปตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและเมียนมามีความร่วมมือด้านแรงงานมาตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้บันทึกความเข้าใจและบันทึกข้อตกลงเป็นกลไกในการจัดส่งแรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ภายในเมียนมา ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องให้ปรับปรุงเอกสารทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และทำให้การบริหารจัดการแรงงานระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ได้กำหนดให้กระทรวงแรงงานของทั้งสองประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน พร้อมขยายความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดแรงงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมและการประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นประจำ เพื่อให้การดำเนินงานของทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน กำหนดหลักเกณฑ์การจ้างงานที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดส่งแรงงาน การทำสัญญาจ้าง การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง การออกใบอนุญาตทำงาน การคุ้มครองสิทธิแรงงานตามกฎหมายของประเทศผู้รับ การระงับข้อพิพาท และการส่งแรงงานกลับประเทศเมื่อครบกำหนดสัญญา รวมทั้งกำหนดแนวทางความร่วมมือในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และการจ้างงานผิดกฎหมาย เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม และนายจ้างสามารถจ้างแรงงานผ่านระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การปรับปรุงบันทึกความเข้าใจและบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยให้การจัดส่งและการจ้างแรงงานข้ามชาติระหว่างไทยกับเมียนมาเป็นระบบมากยิ่งขึ้น แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและสิทธิที่พึงมี ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแรงงานผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การจ้างงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของไทย ควบคู่กับการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่ยังมีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่แรงงาน นายจ้าง และทั้งสองประเทศในระยะยาว

Related Posts

Send this to a friend