POLITICS

‘พัฒนา’ แจงงบบัตรทอง 6 หมื่นล้าน สั่ง สปสช. ชี้แจงเส้นทางเงินภายใน 7 วัน ย้ำภาษีประชาชนต้องตรวจสอบได้

เผยเงินส่วนใหญ่ กระจายไปคลินิก เอกชน และหน่วยบริการนอกสังกัด ก่อนถกปรับเกณฑ์จัดสรรให้มีมาตรฐานเดียวกัน

วันนี้ (5 ส.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการจัดสรรงบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2568 จำนวนเงิน 60,000 ล้านบาทว่า งบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. ได้รับในปี 2568 ไม่นับเงินเดือนจะได้รับอยู่ที่ประมาณ 170,000 ล้านบาท ซึ่งในระบบของโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุข จะมีบันทึกรายรับจากงบประมาณตรงนี้ประมาณ 110,000 ล้านบาท

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตน จึงได้ตั้งคำถามไปว่างบประมาณ 60,000 ล้านบาทหายไปไหน ซึ่ง สปสช. มีอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้ อยู่นอกระบบของกระทรวงสาธารณสุข และมีอีก 10,000 กว่าล้านบาทที่ สปสช. ใช้กระทรวงสาธารณสุขผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเป็นช่องทางในการจัดซื้อยา และอาจจะมี 3,000 ถึง 4,000 ล้านบาทที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการซื้อยา แต่ไปยังโรงพยาบาลนอกสังกัดโรงพยาบาลสาธารณสุข เช่น สังกัดกระทรวงกลาโหม สังกัดกรุงเทพมหานคร และอีกครึ่งหนึ่ง ถูกจัดสรรไปให้กับคลินิก รวมถึงหน่วยให้บริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ซึ่งตรงนี้ จะเป็นจุดที่เรา ต้องดูว่าการให้บริการ มีประสิทธิภาพ มีหลักเกณฑ์ และมาตรฐานหรือไม่ และหากต้องมีการปรับปรุงในการวางเงินเหล่านี้ไปที่ใดควรจะต้องถูกหยิบยกมาหารือในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยรวม ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 กว่าล้านบาทที่กระทรวงสาธารณสุข มีเงินผ่านมือ

ฉะนั้นงบประมาณ 60,000 ล้านบาท จะเป็นการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลประชาชนราว ๆ 80% ของประเทศ ทั้งหมด เป็นข้อเท็จจริงที่เรา เจอ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 ล้านบาท ยืนยันว่านโยบายของตนและรัฐบาล เงินภาษีของประชาชน ต้องอธิบายได้ว่าเส้นทางการเงินต่าง ๆ ได้ถูกนำไปวางจัดสรรไว้ที่ไหน และ สปสช. เองต้องนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาให้เกิดความชัดเจน

ส่วนหากหน่วยงานเหล่านี้ มีเงื่อนไขทางกฎหมายเปิดช่องให้สามารถรับเงินได้หรือไม่นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องติดตามดูกัน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงภายใน 7 วัน ซึ่งต้องชี้แจงลงไปในรายละเอียดถึงหน่วยที่รับเงิน กิจกรรมต่าง ๆ และการกระจายตัวของเงินว่าเป็นอย่างไร ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานและการตรวจสอบไปพร้อม ๆ กันว่าการใช้เงินเหล่านั้น นำไปปฏิบัติงานจริงหรือไม่

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังมีพระราชบัญญัติปฐมภูมิ ปี 2562 ที่จะต้องวางมาตรฐานการให้บริการต่าง ๆ ของงานป้องกันและงานส่งเสริมเรื่องระบบสาธารณสุขหรือสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุข กำลังเร่งรัดให้เกิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับหน่วยบริการในสังกัด สปสช. รวมถึงสังกัดอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้เห็นว่าหากมีการเบิกงบประมาณไปใช้ในการดูแลประชาชน จะต้องได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุข วางไว้

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุข นำงบประมาณไปใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ ค่อนข้างมาก นายพัฒนา ระบุว่ากระทรวงสาธารณสุข เป็นกระทรวงที่ทั้งลึกและกว้าง ดูแลประชาชนทั่วประเทศ และมีภารกิจต่าง ๆ มากมาย ช่วงที่ตน รับตำแหน่งที่ผ่านมามีเวลา 2-3 เดือน จะเห็นว่าตน ลงพื้นที่ในภูมิภาคค่อนข้างมาก มีการพูดคุยในเรื่องการบริหารราชการของโรงพยาบาล และมีการนำนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติในเรื่องของนวัตกรรม AI ต่าง ๆ ดังนั้นต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นในภาพกว้างว่ามีการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งเรื่องการใช้งบประมาณ เป็นเรื่องของโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดสรร ซึ่งยึดหลักให้ทุกโรงพยาบาล ใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า

Related Posts

Send this to a friend