Politics

“พรรคประชาชาติ” แจ้งความถูกใส่ร้าย ยัน ไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดกรุงเทพฯ

ตัวแทนพรรคประชาชาติเข้าแจ้งความฟ้องหมิ่นประมาทและกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีโพสต์เฟสบุ๊คใส่ร้ายว่าพรรคประชาชาติบงการเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง

นายกมลศักดิ์ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาสเขต 4 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต3 นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณกรรมการบริหารพรรค อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ และนายทวีศักดิ์ ปิ กรรมการบริหารพรรคและอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนราธิวาส กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีโพสต์ข้อความใส่ร้ายในเฟสบุ๊คว่าพรรคประชาชาติอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดป่วนหลายจุดในกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ได้แสดงภาพผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า“Piyapong Prasaththong” ได้โพสต์ และแสดงความคิดเห็นในเฟสบุ๊ค และแชร์ไปตามกลุ่มต่างๆหลายกลุ่มว่า “พรรคประชาชาติเป็นผู้บงการของระเบิดป่วนเมืองเพราะจ้างวานให้คนรุ่นใหม่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปวางระเบิดป่วนเมือง” พร้อมกับแนบโลโก้พรรคด้วยทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพรรคซึ่งพรรคประชาชาติมีนโยบายส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมให้ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกเสมอกันและมีนโยบายสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางสันติวิธีจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อผู้ใช้เฟสบุ๊คคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทและกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส กล่าวว่าการโพสต์ใส่ร้ายพรรคประชาชาตินั้น ได้เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพ และมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวจังหวัดนราธิวาส 2 คนที่จังหวัดชุมพรในระหว่างที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านด้วยรถทัวร์แต่เจ้าหน้าที่ไม่ส่งตัวไปดำเนินคดีที่กรุงเทพในท้องที่เกิดเหตุเพราะอาจต้องใช้กฎหมาย ป.วิอาญา ทั่วไปซึ่งต้องส่งตัวให้ศาลภายใน 48 ชม. แต่เจ้าหน้าที่กลับส่งตัวมาดำเนินคดีที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าที่ จ.ยะลา เพื่อจะได้ใช้อำนาจพิเศษ พ.ร.ก.กฎอัยการศึกควบคุมตัวต่อได้

และทราบว่ามีความพยายามเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับกลุ่มบางกลุ่มในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจะได้ใช้อำนาจพิเศษควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ต่อไป ซึ่งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอยืนยันว่าพรรคประชาชาติไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธีตามกระบวนการยุติธรรม และยึดหลักนิติธรรมในฐานะที่เป็น ส.ส.นราธิวาส เขต 3 ครอบคลุมอำเภอรือเสาะด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้ต้องสงสัย 2 รายที่ถูกควบคุมตัวมองว่าสังคมไม่ควรชี้นำเกินกว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าใช่หรือไม่ใช่ผู้ก่อเหตุขอให้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุดเพื่อความจริงจะได้ปรากฏ

นายกมลศักดิ์กล่าวว่า การออกมาโจมตีใส่ร้ายพรรคประชาชาติว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือบงการโดยไม่มีพยานหลักฐานนั้นในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคประชาชาติก็ได้รับความเสียหายจึงได้หารือกับ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ยืนยันว่า พรรคประชาชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสถานการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาเคยมีการใส่ร้ายลักษณะนี้แล้ว แต่ยังไม่เคยแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้จึงต้องดำเนินคดีเพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง

นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ กรรมการบริหารพรรคประชาชาติกล่าวว่าดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “Piyapong Prasaththong” นั้นดูเหมือนมีเจตนาที่จะใส่ร้ายต่อพรรคประชาชาติชัดเจน เพราะได้แสดงความคิดเห็นตามโพสต์ต่างๆ และแชร์ในกลุ่มต่างๆ ด้วยข้อความในลักษณะดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีสมควรถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้สังคมเห็นว่าในยามที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นแต่จากพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้นได้พยายามใส่ร้ายต่อพรรคการเมืองในลักษณะการชี้นำทางความคิดว่าเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพนั้น เป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้ไม่หวังดีคนดังกล่าวพบว่าเป็นอดีตแนวร่วม กปปส. ที่เคยร่วมชุมนุมป่วนเมือง เมื่อปี 2557 ด้วย และพบว่ามีความสัมพันธ์กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลบางพรรคด้วย

นอกจากนี้ นายทวีศักดิ์ ปิ กรรมการบริหารพรรค ได้แจ้งความร้องทุกข์อีก 1 คดีกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “Aruj Panachinbonchorn” ได้โพสต์ข้อความพาดพิงนายทวีศักดิ์ โดยพยามเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพ และใส่ร้ายว่าเป็นมือวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงได้แจ้งความให้ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทและกระทำความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมี คุณมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกคนหนึ่งที่ถูกผู้ไม่หวังดีนำรูปภาพประกอบโพสต์ดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้กล่าวพาดพิงแต่อย่างใดได้ให้การเพิ่มเติมในฐานะผู้เสียหายร่วมด้วย

Related Posts