’อรรถพล‘ ย้ำ น้ำมันพอใช้ในประเทศถึง 95 วัน เตรียมประกาศห้ามส่งออกเชื้อเพลิง
’อรรถพล‘ ย้ำ น้ำมันพอใช้ในประเทศถึง 95 วัน เตรียมประกาศห้ามส่งออกเชื้อเพลิง ยกเว้น สปป.ลาว – เมียนมา จ่อเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้า ครม. 10 มี.ค.นี้
วันนี้ (5 มี.ค. 69) เวลา 16:40 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ แถลงข่าวภายหลังการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประเมินตัวเลขสำรองน้ำมันที่ก่อนหน้านี้เคยพูดไว้ว่าสามารถใช้ภายในประเทศได้ 65 วัน แต่เราจะมีการทยอยนำเข้าน้ำมันจากแหล่งน้ำมันอื่น นอกเหนือจากตะวันออกกลางอีก ทำให้เราสามารถใช้ได้อีก 30 วัน โดยเป็นตัวเลขที่เติมเข้ามาเรื่อยๆ ฉะนั้นไม่ใช่ว่าครบ 60 วันแล้วไทยจะไม่มีน้ำมันใช้
ส่วนการบังคับการส่งออกน้ำมันนั้น นายอรรถพล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะมีการออกประกาศคำสั่ง ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา เนื่องจากมีการพึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน ซึ่งไทยซื้อพลังงานไฟฟ้าจากน้ำเป็นส่วนใหญ่จาก สปป.ลาว และ มีการซื้อก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา
นอกจากนี้ จะมีการประกาศเพิ่มเติม เนื่องจากไทยมีกำลังผลิตเพียงเล็กน้อย ฉะนั้นเมื่อเราระงับการส่งออกแล้ว ก็จะมีการประกาศเพิ่มการสำรองให้ผู้ค้าเก็บสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 3% เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้นในบ้านเรา
ส่วนการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายอรรถพล ยืนยันว่า ยังเหมือนเดิม คือตรึงราคาไว้ 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย ส่วนก๊าซธรรมชาติที่ส่วนใหญ่จะนำมาผลิตไฟฟ้า ประมาณ 50-60% มาจากท่อทางเมียนมาและของประเทศไทย
ส่วนก๊าซ LNG ส่วนหนึ่งจะมาจากกาตาร์ ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงมองแล้วว่า น่าจะมีปัญหา ซึ่งบางส่วนได้ผ่านช่องแคบมาแล้ว และยังมีเรืออีก 3 ลำ ที่ยังไม่ได้ออกมาแต่เราก็ไม่ได้รอ โดยให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อนุมัติจัดหาจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งได้รับการยืนยันจาก ปตท. ว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถยืนยันรายการสั่งซื้อได้ ขณะเดียวกันผู้ค้าก็ได้มีการยื่นข้อเสนอมาแล้วจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการขาดแคลน และการเจรจาเรื่องก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กฟ้จะมีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้าว่าจะไม่มีการขาดแคลนอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่ประชาชนกักตุนน้ำมันมากขึ้นจะทำให้ ปริมาณน้ำมันลดลงหรือไม่ นายอรรถพล มองว่าเป็นเพียงพฤติกรรมชั่วคราว แต่หากประชาชนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ถ้าติดตามดูตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ เมื่อเราพูดชัดว่ามีการตรึงราคาและมีปริมาณที่เพียงพอ หน้างานบริเวณสถานีน้ำมันก็ดีขึ้นมาก และประชาชนก็ไม่ได้แตกตื่น จึงคิดว่าปริมาณตรงนั้นไม่ได้มีผล เพราะเมื่อซื้อไปแล้วเขาก็ต้องใช้ในทันที ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานก็ได้สั่งไปยังพลังงานจังหวัดทุกจังหวัดกำชับสถานีบริการน้ำมัน ห้ามให้สถานีบริการน้ำมันกักตุนหรือเก็บไว้ ในการประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันจัดส่งให้เพียงพอ แต่อาจมีช่วงสะดุดคอขวดอยู่บางช่วง แต่ด้วยระบบขนส่งของบ้านเรา คาดว่าอีก 1-2 วันปัญหาจะคลี่คลาย
ทั้งนี้ หากพ้นระยะเวลา 15 วัน ตรึงน้ำมันดีเซล จะมีมาตรการอะไรมารองรับนั้น นายอรรถพล ระบุว่า ในเรื่องของราคามีกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยลดการกระชากของราคา ฉะนั้นขาขึ้นเราจะใช้ช่วยพยุงราคา แต่ขาลงอาจจะมีการเก็บคืน ซึ่งที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤตเคยติดลบกว่า 120,000 ล้านบาท พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาประมาณเดือนตุลาคมติดลบอยู่ที่ประมาณ 20,000 กว่าล้านบาท แต่ในช่วงที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุการณ์เมื่อสภาวะดีขึ้น และเราก็สามารถบริหารจัดการจนกองทุนกลับขึ้นมาเป็นบวก ตนจึงอยากย้ำว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ กองทุนก็จะเข้ามาทำหน้าที่เหมือนที่ผ่านมาได้ ตนจึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร นอกจากนี้ หลังจาก 15 วัน เราจะมีการประเมินสถานการณ์ ว่า เหตุการณ์สู้รบจะยืดเยื้ออีกหรือไม่ หรือจะใช้กลไกเข้าไปช่วยได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตนมองว่าศักยภาพของกองทุนนั้นมี
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยเรื่องการหาแหล่งน้ำมันเพิ่มมาจากแหล่งสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยวันนี้ตัวแทนจาก ปตท.ก็ได้มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งเวลาปตท.ค้าขายน้ำมันก็มีคู่ค้าอยู่แล้ว พอเกิดวิกฤตก็สามารถขอซื้อจากคู่ค้าได้
ส่วนการจะใช้ปาล์มน้ำมันมาเป็นส่วนผสมของน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมนั้น นายอรรพล ชี้แจงว่า ต้องมีการเป็นลำดับขั้น ซึ่งขณะนี้จะมีการระงับการส่งออกก่อน และมีการเพิ่มปริมาณสำรอง เพราะกำลังการผลิตของโรงกลั่นมากกว่าที่ใช้ เพราะฉะนั้น เมื่อระงับการส่งออกแล้ว โรงกลั่นต้องไปดูว่า ต้องลดกำลังการผลิต และผลิตเพื่อสำรองไว้ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพล กล่าวว่า หากมีการขาดแคลนมากขึ้นในวันข้างหน้า เราจะมีการพิจารณาพลังงานที่อยู่ในบ้านเราเข้ามาช่วย ด้วยการนำน้ำมันปาล์มมาผ่านกระบวนการทางเคมีกลายเป็น “ไบโอดีเซล” แล้วผสมกับดีเซลในสัดส่วนต่างๆ เช่น B7, B10 โดยพิจารณาใน 2 ส่วน คือ 1.ถ้าหากขาดแคลนก็ทำได้เลย 2.ถ้าราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกสูงกว่าไบโอดีเซล ไม่ต้องรอให้ของขาด ก็เพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มได้เพื่อลดต้นทุน และหากไปอีกขั้น ไม่จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบอย่างเดียว สามารถนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปก็ได้ ด้วยการลดสเปกของน้ำมันของไทย เพื่อให้เราสามารถนำเข้าน้ำมันจากหลายแหล่งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพลังงานจะนำเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 10 มี.ค.ต่อไป












