‘ตรีนุช’ ประชุมศูนย์ช่วยเหลือฯ ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง
‘ตรีนุช’ประชุมศูนย์ช่วยเหลือฯ ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง เตรียม 4 มาตรการดูแลแรงงานไทย – อิหร่าน
วันที่ (4 มี.ค. 69) ที่ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนด แนวทางช่วยเหลือแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง
น.ส.ตรีนุช เปิดเผยภายหลังการประชุมว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใย พี่น้องประชาชนคนไทยที่พำนักและทำงานอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน
กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการรองรับไว้ 4 มิติ โดยมิติแรกคือการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แบ่งระดับความพร้อมออกเป็น 4 ระดับ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานทูตแรงงานในประเทศใกล้เคียง ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ
สำหรับผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ โดยประเทศแรกที่ต้องเร่งดำเนินการคือ อิหร่าน ซึ่งมีกำหนดดำเนินการช่วยเหลือระหว่างวันที่ 7–10 มีนาคมนี้ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางขั้นตอนนำ คนไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันสำหรับสื่อสารกับแรงงานไทยใน ต่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เพื่อสอบถามสถานการณ์ความเป็นอยู่ ติดตามพิกัดที่พัก รวมถึงดูแลด้านสภาพจิตใจของแรงงาน และสื่อสารกับครอบครัวในประเทศไทย
ในด้านการปฏิบัติการ น.ส.ตรีนุช ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการอพยพ เนื่องจากมีช่องทางประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตและทูตแรงงานโดยตรง ขณะที่กระทรวงแรงงานจะสนับสนุนด้านข้อมูลแรงงาน การเยียวยา และการดูแลหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย
ปัจจุบันสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นจุด ๆ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางทหาร โดยแรงงานไทยส่วนใหญ่ทำงานด้านเกษตรและก่อสร้าง จึงยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
สำหรับจำนวนแรงงานไทยใน อิสราเอล ซึ่งมีประมาณ 58,000 คน มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไม่เกิน 50 ราย ขณะที่แรงงานไทยในอิหร่านมีไม่เกิน 100 คน และส่วนใหญ่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอย่างเป็นทางการจะมีการแถลงร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง
ส่วนมาตรการรองรับแรงงานหลังเดินทางกลับ กระทรวงแรงงานจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านกองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานบริษัทนายจ้างในกรณีที่แรงงานเดินทางไปทำงานภายใต้สัญญาจ้าง เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ ตลอดจนเตรียมมาตรการรองรับด้านอาชีพ การจัดหางาน และพัฒนาทักษะ เพื่อให้แรงงานสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ












