วุฒิสภาไทย แถลงโต้ ‘ฮุน เซน’ บิดเบือนข้อเท็จจริง ยัน ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงเคร่งครัด
วุฒิสภาไทย แถลงโต้ ‘ฮุน เซน’ บิดเบือนข้อเท็จจริง ยัน ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงเคร่งครัด งัดหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์-ดาวเทียม กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน-บุกรุกพื้นที่ไทย
วันนี้ (3 ก.ย. 69) นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา ออกถ้อยแถลงในนามคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา ต่อกรณีประธานวุฒิสภากัมพูชากล่าวพาดพิงไทย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยระบุรายละเอียดว่า
1.ตามที่ประธานวุฒิสภากัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า อากาศยานทางการทหารของไทยบินล้ำน่านฟ้ากัมพูชาหลายร้อยกิโลเมตร เป็นความก้าวร้าวของไทยต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
ประเด็นนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา ชี้แจงว่า ประเทศไทยเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ในปัจจุบัน โดยไม่เคลื่อนย้ายกำลังหรือลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของฝ่ายตรงข้าม
การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน ไทยจึงปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่ได้หยิบยกขึ้นกล่าวอ้างและเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวทีต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง
2.ประเด็นที่วุฒิสภากัมพูชากล่าวหาว่า วุฒิสภาไทยออกแถลงการณ์กัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน โดยกัมพูชาปฏิเสธว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งบิดเบือนความจริง เปลี่ยนขาวเป็นดำเปลี่ยนดำเป็นขาว เพื่อพยายามปกปิดการกระทำที่เป็นการรุกราน
ประเด็นนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภาชี้แจงว่า มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพถ่ายจากดาวเทียม และการลงพื้นที่ภาคสนามแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาเปิดฉากยิงครั้งแรกมายังพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาไม่ได้จำกัดเฉพาะเป้าหมายทางทหาร แต่มุ่งเป้าพลเรือนต่าง ๆ ผิดหลักมนุษยธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศร้ายแรง ไทยจึงจำเป็นต้องตอบโต้บนหลักการพื้นฐานของการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ กฎการใช้กำลัง ความจำเป็นได้สัดส่วน รวมถึงการจำกัดเฉพาะเป้าหมายทางการทหาร
3.ประเด็นที่วุฒิสภากัมพูชาเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังออกจากดินแดนของกัมพูชา ยุติกิจกรรมทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงสถานะเดิม และเปิดทางให้ชาวกัมพูชามากกว่า 20,000 คนที่ถูกพลัดถิ่นสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
ประเด็นนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา ชี้แจงว่า กัมพูชาได้ละเมิดพื้นที่ของไทย โดยใช้ชาวกัมพูชาบุกรุกพื้นที่หลายร้อยครั้ง ประเทศไทยมีหนังสือทักท้วงมาตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉย เช่น กรณีพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นดินแดนของไทย ปี พ.ศ.2522 เกิดสงครามในประเทศกัมพูชา ชาวกัมพูชาหนีข้ามแดนมายังไทย สหประชาชาติจึงร่วมกับประเทศไทยได้จัดตั้ง (UNBRO) เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
นอกจากนี้ มีบันทึกของ ROSALYNN CARTER ภริยา Jimmy Carter ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมายังไทยวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2522 และเยี่ยมชมศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยจากกัมพูชา ณ บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว ต่อมาค่ายปิดไปหลังสถานการณ์คลี่คลาย แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ
4.ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะตัวแทนของประชาชนควรสร้างบรรยากาศที่ดี เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาตามกลไกที่มีอยู่ของทั้งสองประเทศ อีกทั้งไม่ควรใช้กลไกในการประชุมรัฐสภาระหว่างประเทศในการบิดเบือนข้อเท็จจริงและโจมตีประเทศไทย













