POLITICS

‘รศ.ดร.ยุทธพร’ ยัน ยังไม่มีคำร้อง ‘ทักษิณ’ เข้าชั้นอนุกรรมการนิรโทษกรรม

‘รศ.ดร.ยุทธพร’ ยัน ยังไม่มีคำร้อง ‘ทักษิณ’ เข้าชั้นอนุกรรมการนิรโทษกรรม ปัดข่าวทำความเห็นล่วงหน้าคดีไม่เข้าข่าย-ส่งความเห็นค้านให้ ‘อนุทิน’ ย้ำไม่มีดีลลับแลกโหวตซักฟอก แจงกฎหมายกำหนดให้การลบประวัติอาชญากรรมสิ้นผลตั้งแต่ 24 ส.ค.69 ไม่ต้องรอคณะกรรมการวินิจฉัย

วันนี้ (2 พ.ย. 69) เวลา 12.00 น.รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและการอำนวยความยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรมถึงกรณีกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายนิรโทษกรรมว่าวันนี้ยังไม่มีคำร้องของนายทักษิณเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการและยังไม่ทราบว่าจะมีคำร้องเข้ามาเมื่อใดขึ้นอยู่กับฝ่ายเลขานุการคือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐานและสรุปความเห็นเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการ

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าคณะกรรมการชุดที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมเคยมีความเห็นว่าคดีของนายทักษิณไม่เข้าข่ายตามกฎหมายและส่งความเห็นดังกล่าวให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั้น รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงรวมถึงข่าวลือหรือข่าวปล่อยต่าง ๆ โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรเป็นความจริงทุกอย่างดำเนินการตามหลักกฎหมาย ข้อมูลและข้อเท็จจริงในที่ประชุมจึงไม่มีการรับบี้หรือกดดันให้ทำความเห็นล่วงหน้า

เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.ระบุว่านายทักษิณยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการนิรโทษกรรมเพื่อขอลบประวัติอาชญากรรมและคณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาหรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่าเรื่องการลบประวัติอาชญากรรมมีบัญญัติอยู่ในมาตรา 8 วรรคท้ายซึ่งกำหนดให้ประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่เคยถูกบันทึกไว้สิ้นผลทันทีและไม่สามารถนำมาใช้ยันในทางที่เป็นโทษได้โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องรอการวินิจฉัยหรือยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาตนเคยเสนอให้มีมติเวียนแจ้งหน่วยงานราชการเพื่อถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ซึ่งฝ่ายเลขานุการได้ดำเนินการแล้วจึงมีมติของคณะกรรมการเป็นหลักให้หน่วยงานราชการดำเนินการตามกฎหมายได้เลย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดีลแลกเสียงสนับสนุนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเชื่อมโยงกับการพิจารณาคำร้องนิรโทษกรรมของนายทักษิณ รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงเพราะหากมีการดีลเพื่อแลกโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีเหตุอื่นอีกมากมายที่สามารถนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองได้และในทางข้อเท็จจริงไม่มีประเด็นเหล่านี้มากดดันการทำงานของคณะกรรมการ

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงความเสี่ยงที่คณะกรรมการอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากอนุมัตินิรโทษกรรมให้นายทักษิณนั้น รศ.ดร.ยุทธพรยืนยันว่าไม่มีความกดดันเพราะทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ หลักการและข้อมูลข้อเท็จจริงโดยมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขซึ่งว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากคณะกรรมการดำเนินการโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาตามมาตรา 7 รศ.ดร.ยุทธพรระบุว่าต้องพิจารณาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำหรือพฤติการณ์ว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 หรือไม่โดยต้องเป็นการกระทำที่มีเหตุมาจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุหรือแรงจูงใจทางการเมืองหากไม่มีมูลเหตุหรือแรงจูงใจทางการเมืองก็อาจไม่เข้าเงื่อนไขซึ่งทุกกรณีจะยึดหลักดังกล่าวเป็นสำคัญ

Related Posts

Send this to a friend