รองปลัด ‘มหาดไทย’เผย พบข้าราชการ สถ. 5 ราย มีมูลผิดวินัย ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
ชี้สุ่มตรวจ 79 ราย พบคะแนนผิดปกติ 48 ราย ไม่ตรงไฟล์ประมวลผล เตรียมฟันวินัยร้ายแรง ขยายผลเอาผิดอาญา
วันนี้ (2 ก.ค. 69) เวลา 14:00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น แถลงผลการสอบว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย บางส่วนเดินทางมาให้ข้อมูลเองและบางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร รวมถึงได้รวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้ข้อแนะนำ เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบจากทั้ง 10 ศูนย์ พบว่าผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยทันทีที่ตรวจคำตอบแล้วเสร็จ
นายสันติธร กล่าวว่า ได้มีการสุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของทุกคนกับประกาศผลคะแนน ปรากฏว่าการสุ่มตรวจ 79 ราย พบว่าใบคะแนนกับสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย ซึ่งพบว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งการสอบภาค ก. และภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลคะแนนในภาค ก. เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ส่วนที่สองคือการประกาศผู้มีสิทธิสอบภาค ค. พบว่าผู้รับจ้างได้ส่งผลสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฏว่า กสถ.ได้นำข้อมูลผลคะแนนภาค ก. และภาค ข. มาสอบทานกับวิชาเฉพาะที่ผู้รับจ้างส่งให้ นอกจากนี้หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. พบว่ายังมีการแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้นพบว่ามีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย
นายสันติธร กล่าวอีกว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องมีการสำรองเก็บไว้ 2 ชุด อยู่ที่ มศว 1 ชุด และ สถ. 1 ชุด ส่วนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรับผิดชอบในฐานะกระทรวงมหาดไทยเข้าไปดูเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบของ สถ. ขณะเดียวกันเราได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้นเป็นเพียงการกล่าวหาจากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นพฤติการณ์แบบผู้สั่งการหรือไม่ นายสันติธร ปฏิเสธว่ายังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น













