นายกฯ ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่นเป็น ‘ขบวนการใหญ่’ สั่งตรวจเส้นทางการเงินสาวให้ถึงต้นตอ
นายกฯ ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่นเป็น ‘ขบวนการใหญ่’ สั่งตรวจเส้นทางการเงินสาวให้ถึงต้นตอ ส่อสังคายนาทั้งระบบ โต้ปมถูกโยงโกงสอบตั้งแต่รุ่นพ่อ บอกรู้ปัญหาจึงสั่งยกเลิกสอบคนแรก
วันนี้ (2 ก.ค. 69) เวลา 12.55 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่าในช่วงบ่ายวันนี้ ได้เชิญหลายหน่วยงานหารือ รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมารายงานผลการสอบสวน ซึ่งเรื่องโกงข้อสอบยืนยันว่าเราดำเนินการอยู่ พาดไปโดนใคร คนนั้นต้องถูกลงโทษ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มียกเว้นใครแน่นอน
นายกรัฐมนตรียังระบุถึงกรณีที่มีคนโจมตีเรื่องการทุจริตสอบนายอำเภอตั้งแต่รุ่นพ่อว่า “ที่ใครชอบไปพูดว่ามาตั้งแต่พ่อยันลูก ตั้งแต่ มท.1 ผู้พ่อ จนถึง มท.ผู้ลูก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องนายอำเภอ และผมเองที่บอกว่าเข้ามาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมไม่รู้เรื่องว่าเขาโกงกัน ก็เพราะว่ารู้ ผมเลยเป็นคนยกเลิกครั้งแรก ไม่ให้สอบ หลังจากนั้น 3 ปี ตอนที่ผมไปพักร้อน ก็ไม่มีการสอบอีกเลย จนเขาอ้างว่าเพราะผมอยู่ จึงไม่ได้สอบมา 2 ปีกว่าแล้ว และจริงๆ เรื่องการดำเนินการสอบเป็นเรื่องของกรม ไม่ต้องแจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ต่อให้เขาทำก็ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงมายุ่งตอนนี้ เพราะไม่ถูกต้อง จึงต้องลงมาดำเนินการ และอย่าลืมว่าคนที่เซ็นเอ็มโอยูกับ 7 หน่วยงานคือผม แล้วจะบอกว่าผมไม่ดำเนินการได้อย่างไร เซ็นกับ 7 หน่วยงานนี้ ตั้งแต่ผมยกเลิกการสอบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว”
ส่วนได้รับรายงานว่ามีคนในกรมเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตอนนี้ไม่ต้องถามแล้วว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว เพราะถึงขั้นการสอบเส้นเงินกันแล้ว ถ้าไม่เกี่ยวปลัดจะกล้าย้ายหรือ และคงไม่กล้าสั่งให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินคดี ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอนในการดำเนินการ ฝ่ายที่ตรงข้ามกับตนก็ใส่ความกันใหญ่เลย ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนรู้ดีทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งต้องไปดำเนินการเรื่องสถานที่ที่ไม่ทำให้ข้อสอบเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดปัญหา ซึ่งไม่ต้องห่วงเพราะก๊อปปี้ไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นขบวนการทุจริตใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นแน่นอน ตนถึงบอกว่าไม่ใช่ไม่รู้ และตนเคยมีคำสั่งว่าอย่าเพิ่งรับต้นไม้พิษ แต่พอเขาไปประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ก็แย้งแนวทางคำสั่งของตน มีทั้งหมด 20 กว่าคนมาจากท้องถิ่นโหวตว่าต้องรับ มีแต่กระทรวงมหาดไทยที่บอกว่าต้องยืด จริงๆ ทำอย่างนั้นตนก็หลุดแล้ว ก็ไปแก้ไขปัญหากันเอาเองข้างหน้า เพราะตนสั่งแล้วกันไว้หมดแล้วว่าไม่ให้รับ ซึ่งตนสั่งได้แต่กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่รู้กฎหมายไหนหรือเป็นประกาศกระทรวง คงต้องไปดู และคงต้องฟังรายงาน ไปมอบอำนาจให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดว่าจะสอบ รับ หรือบรรจุ อย่างไร แต่ตนเห็นว่าไม่ควรจะรับ แต่เมื่อโหวตมาอย่างนั้น เขาสั่งให้รับ ก็ต้องรับผิดชอบไป
“ผมก็มาดูในส่วนของกระทรวงมหาดไทยว่าตรงนั้นเป็นการมอบอำนาจหรือเป็นกฎหมาย ถ้าเป็นกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าคณะกรรมการสั่งให้รับแล้วเกิดความเสียหายทีหลัง เขาก็ต้องรับผิดชอบไป ผมทำหน้าที่ของผมไปแล้วในเรื่องของการป้องกัน และหลังจากนี้จะทำหน้าที่ในเรื่องของการดำเนินคดี ติดตามค้นหาคนกระทำผิด แล้วจะดูว่ากฎเกณฑ์ตรงไหนเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ก็จะต้องดำเนินการ กระจายอำนาจสุ่มสี่สุ่มห้าก็เป็นแบบนี้” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ส่วนจะต้องมีการล้างระบบหรือไม่ เพราะขณะนี้มีเรื่องทุจริตแทบทุกสนามสอบ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสิ่งที่ทำตอนนี้ถ้าความจริงตีแผ่ออกมา ผลการสอบสวนออกมา คงต้องมีการสังคายนา ถ้าล้างได้ก็ล้าง ย้ำว่านี่เป็นกระบวนการใหญ่ ไม่ใช่วันนี้จับได้แล้วจบกันแค่นี้ แบบนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นวงใหญ่
สำหรับการจัดสอบจะต้องมีการเปลี่ยนการบริหารจัดการหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตนเคยถามว่าทำไมไม่ใช้ของ ก.พ. ตอนนี้พอเกิดเหตุแบบนี้ถึงขั้นแก้ไฟล์คอมพิวเตอร์ แต่เชื่อว่าจะดำเนินการหาคนผิดไม่ยาก เดี๋ยวก็ออกมาเอง คนอยากเป็นอธิบดี รองอธิบดี อยากขึ้นเป็น ผอ เป็นรองผู้ว่าฯ เยอะแยะไปหมด เดี๋ยวก็ช่วยกันเอาความจริงออกมาตีแผ่ ตนทำงานของตนแบบนี้ใครจะว่าอย่างไรก็ได้ผลมาตลอด













