POLITICS

‘อภิสิทธิ์’ ปราศรัยเดือดกลางหาดใหญ่ ซัดรัฐบาลยุบสภาหนีซักฟอกทำชาวบ้านชวดเงินเยียวยาน้ำท่วม

วันนี้ (2 ก.พ.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ “สงขลาฟ้าคืนใต้” ณ ลานห้างโรบินสัน เทศบาลนครหาดใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น โดยนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวเปิดใจถึงการกลับมาสู่การเมืองอีกครั้งในรอบ 2 ปี ว่าแม้จะเคยออกจากวงการไป แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนจึงตัดสินใจกลับมาเพื่อทวงคืนการเมืองสุจริต โดยยืนยันว่าคนภาคใต้ใจเดียว เหมือนการเชียร์ฟุตบอลทีมเดียวหรือมีภรรยาคนเดียว ไม่ยอมรับการใช้เงินหรือทุนสีเทามาครอบงำการเมือง

นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะการจัดการปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ลงพื้นที่และพบความสับสนวุ่นวายของระบบสั่งการ โดยระบุว่าประชาชนไม่รู้จะติดต่อใคร เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินมีจำนวนมากและซับซ้อนยิ่งกว่าการโทรสั่งไก่ทอด อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์การตั้งศูนย์บัญชาการที่มีความซ้ำซ้อน โดยมีการมอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานดูแลการจัดการน้ำ ซึ่งสร้างความสับสนมากกว่าความเป็นเอกภาพ นอกจากนี้ ยังตำหนินายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่งผลให้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนต้องหยุดชะงัก เพราะต้องรอการอนุมัติจาก กกต. ทำให้จนถึงขณะนี้ชาวบ้านบางส่วนยังไม่ได้รับเงินเยียวยา แตกต่างจากสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วกว่าและมีมาตรการพักหนี้ทันที

ในส่วนของนโยบายระยะยาว นายอภิสิทธิ์เสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ โดยได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญและธนาคารโลกเพื่อวางแผนสร้างทางระบายน้ำลงทะเลและจัดโซนนิ่งเมืองใหม่ให้พ้นจากพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงการเลือกตั้งในเขต 4 สงขลา ว่าเป็นการวัดใจประชาชนว่าจะเลือกคนที่มีคดีพัวพันกับธุรกิจสีเทาและการพนันออนไลน์ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์และขาดคุณสมบัติ หรือจะเลือกคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีคดีติดตัว ขณะเดียวกันได้กล่าวชื่นชม นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือ “สิงโต” ผู้สมัครเขต 9 ที่มีความเด็ดเดี่ยวและยึดมั่นในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะมีความเห็นที่หลากหลายภายในครอบครัว

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ได้เน้นย้ำให้ชาวสงขลาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 9 เขต แบบยกจังหวัด โดยขอให้กาบัตรทั้ง 2 ใบ ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคมีจำนวน สส. มากพอที่จะกลับไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและแก้ปัญหาประเทศ พร้อมเตือนเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่า “กินเหยื่อ อย่ากินเบ็ด” เพราะเงินที่ได้มาไม่คุ้มค่ากับอนาคตของประเทศที่ต้องสูญเสียไปให้กับทุนสีเทา

Related Posts

Send this to a friend