POLITICS

‘ประภัตร‘ แจงย้ายซบ ‘ภูมิใจไทย‘ เพราะต้องการเป็นรัฐบาล มาแก้ปัญหาปากท้องประชาชน มอง หากไม่มาอาจได้ สส.ไม่ถึง 10 เสียง

‘ประภัตร‘ เปิดใจบนเวทีปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณ แจงเหตุ ย้ายซบ ‘ภูมิใจไทย‘ เพราะต้องการเป็นรัฐบาล แก้ปัญหาปากท้องประชาชน ขอบคุณ ‘เนวิน – อนุทิน‘ ชวนร่วมงานสีน้ำเงิน มอง หากไม่ตัดสินใจ เลือกตั้งปี 69 อาจได้ สส.ไม่ถึง 10 เสียง

วันนี้ (2 ก.พ. 69) นายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานเทศบาลท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37

นายประภัตร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัยและตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518 – 2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี

“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” นายประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับนายบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี 2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตนเอง ทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร

“นาทีสุดท้าย เราทั้งสามคนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง และได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี” นายประภัตร

นายประภัตร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส.10 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ นายทักษิณ ชินวัตร จะติดต่อประสานให้ไปร่วมงานก็ตาม กระทั่งปี 2568 มีการยุบสภา ทำให้สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ผู้แทนราษฎรต้องทำงานกับรัฐบาล ต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน หากเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ไม่ถึง 10 เสียง ก็จะไม่มีใครเชิญร่วมรัฐบาล พี่น้องประชาชนต้องเห็นใจเรา เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย” นายประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องขอบคุณนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มาพูดคุยและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติชักชวน ถือเป็นการให้เกียรติ พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ มีศักยภาพเป็นรัฐบาล และมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชัดเจน

“เราต้องการมากกว่านโยบาย คือ 1. เรื่องปากท้องประชาชน 2. ราคาข้าว วันนี้ข้าวราคา 5,000 บาทต่อตันอยู่ไม่ได้ แต่ภายใน 3 เดือน หลังได้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวขึ้นเป็น 7,500 บาทต่อตัน และเป้าหมายของเราคือ ข้าวต้องถึงตันละ 10,000 บาท” นายประภัตร กล่าว

Related Posts

Send this to a friend