POLITICS

‘อรรถวิชช์’ โต้ ‘ชัชชาติ’ ชี้งบ บึงคู้บอน ค่าเวนคืนเคยตั้งไว้ 254 ล้าน ไม่ใช่ 11,000 ล้าน

‘อรรถวิชช์’ งัดหลักฐานโต้ ‘ชัชชาติ’ ชี้งบ บึงคู้บอน ค่าเวนคืนเคยตั้งไว้ 254 ล้าน ไม่ใช่ 11,000 ล้าน ชี้ เรื่องถูกดึงไว้ 4 ปีกว่า -ห่วง หากไม่สงวนไว้ในผังเมือง อาจกระทบพื้นที่รองรับน้ำในอนาคต

วันนี้ (1 ต.ค. 69) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงโต้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ว่า “ท่านผู้ว่าไม่ควรตอบเลี่ยงๆ แบบเหมารวมกับบึงรับน้ำอื่น ตอบให้ตรงครับ บึงรับน้ำคู้บอน พื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ 130 ไร่ พร้อมแล้วที่จะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนก่อนท่านมารับตำแหน่งผู้ว่าในปี 2565 แต่ท่านยกเลิกโครงการ ไม่ยอมเวนคืนที่ดิน และไม่ใส่ในร่างผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เพราะอะไร“

ดร.อรรถวิชช์ ได้แสดงเอกสารแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในอดีต พร้อมชี้ให้เห็นข้อความค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบึงคู้บอน ที่ระบุเอาไว้เพียง 254 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งท่านผู้ว่าเลือกที่จะยุติโครงการไปแล้ว ขณะที่ผู้ว่า
ชัชชาติมาตอบในวันนี้ ปี 2569 ว่าบึงคู้บอนและบึงบางชันต้องใช้ 11,000 ล้าน ท่านตอบแบบเลี่ยงๆ และเหมาเอาบึงบางชันมารวมด้วย

ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ตนเองติดตามเรื่องบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2564 และได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า ปี 60 ผลประชาพิจารณ์ชาวบ้านเห็นด้วยให้ทำบึงรับน้ำคู้บอน

ต่อมาปี 62 มีเอกสาร กทม.ระบุว่าโครงการผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และมีแบบภาพจำลองบึงรับน้ำแล้ว รวมถึงมีร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้ว และปิดประกาศ ณ สถานที่ตั้งโครงการตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

ต่อมาปี 2565 ในเอกสารแผนปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กทม.โครงการบึงรับน้ำคู้บอนก็ยังอยู่ จนกระทั่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงกลางปี 2565 โครงการก็ถูกยุติลง

ส่วนกรณีที่ดินบางส่วนในบึงรับน้ำคู้บอนที่ตก เป็นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง นั้น ดร.อรรถวิชช์ระบุว่า บริษัทไม่ได้ทำผิดอะไรจากการเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ท่านผู้ว่าตัดสินใจพับโครงการด้วยความเกรงใจที่ปรึกษาของท่านหรือไม่ เพราะก่อนเข้ามาร่วมทีมชัชชาติ ที่ปรึกษาคนดังกล่าวยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่

ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า เคยยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสภาสมัยที่ 26 และยืนยันว่า เป้าหมายไม่ใช่การเรียกร้องให้นายชัชชาติลาออก แต่ต้องการให้ กทม. ทบทวนและนำ “บึงรับน้ำคู้บอน” กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังโครงการเดิมเคยวางให้ทำงานควบคู่กับอุโมงค์ยักษ์หนองบอน เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก แต่วันนี้ กทม. จะเดินหน้าเฉพาะอุโมงค์เท่านั้น

สำหรับร่างผังเมือง กทม.ปี 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึง วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอนอยู่ในร่างผังเมือง จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่ดังกล่าวไม่ถูกสงวนไว้ในผังเมือง อาจส่งผลต่อการรักษาพื้นที่ไว้รองรับน้ำในอนาคต

ด้าน นางสาวชวลักษณ์ เวียงวิเศษ ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ยืนยันว่า ชาวบ้านเรียกร้องให้สร้างบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อพักน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชน หลังพื้นที่ริมคลองคู้บอน คลองสามวา และคันนายาวเผชิญน้ำท่วมสูงในปี 2554 โดยระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ไม่ได้คัดค้านโครงการ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมประชุมกับนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง และร่วมกับสภาผู้บริโภคหารือเรื่องบึงรับน้ำและผังเมืองกับ กทม.

นางสาวชวลักษณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านติดตามเรื่องกับสำนักงานเขตและ กทม. ต่อเนื่อง กระทั่งการหารือกับนายวิศณุ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ได้รับข้อมูลว่า กทม.จะไม่สร้างบึงคู้บอนและบางชัน แต่จะใช้ระบบอุโมงค์ระบายน้ำแทน พร้อมย้ำว่า ชาวบ้านได้สนับสนุนการสร้างอุโมงค์ แต่ต้องการให้มีบึงรับน้ำคู้บอนควบคู่กันด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่พักน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ

Related Posts

Send this to a friend