‘ณัฐพล’ แฉปี 69 ไร้งบคนเฝ้าไฟป่า อุปกรณ์ขาดต้องขอรับบริจาค
‘ณัฐพล’ แฉปี 69 ไร้งบคนเฝ้าไฟป่า อุปกรณ์ขาดต้องขอรับบริจาค บอกไม่เคยเจอทหารตำรวจลาดตระเวนแม้แต่ครั้งเดียว ท้า ‘อนุทิน’ บินเชียงใหม่สูดฝุ่นด้วยตนเอง ก่อนถูกประธานสั่งปิดไมค์ เหตุอภิปรายเกินเวลา 29 วินาที
วันนี้ (1 เม.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง มาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่าไฟป่าในประเทศไทย 99% เกิดจากคนจุด แต่มีบุคลากรเพียงไม่กี่คนที่เฝ้าป่า ไม่มีทางที่ข้าราชการจะดูแลหรือเฝ้าป่าทั้งหมดได้ หากจะทำจริงก็ต้องมีงบประมาณเพื่อจ้างคนเฝ้าป่าเพิ่ม
แต่ปีงบประมาณ 2569 ไม่มีงบประมาณจ้างคนเพื่อเฝ้าป่า ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เหยี่ยวไฟ เสือไฟ สิงห์ไฟไปเฝ้าป่าก็ทำไม่ได้เพราะงานราษฎร์งานหลวงก็ต้องทำ ตนเองเห็นข่าวกองทัพออกลาดตระเวน ตำรวจพยายามจับคนจุดไฟป่า แต่ตนเองอยู่ในพื้นที่ยังไม่เคยเจอทหารหรือตำรวจออกมาขี่รถตรวจตราป่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว
พวกเราไปดับไฟป่าในทุกเช้าจะได้ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันไลน์จาก GISTDA ว่ามีกลุ่มไฟอยู่ตรงไหนบ้างแต่ไม่ทราบพิกัดที่แท้จริง พวกเราต้องขับรถไปยังพื้นที่ดังกล่าวมองหาควันไฟ เราใช้โดรนบินเพื่อดูว่ากองไฟนั้นอยู่ตรงไหน ก่อนจะวางแผนเดินเข้าไป แต่ใน 3 อำเภอที่ตนเองดูแลมีโดรนเพียงแค่อำเภอละ 1 ตัว ในขณะที่ช่วงที่ผ่านมาเกิดไฟป่าวันละ 10-20 จุด ยิ่งดับช้าไฟยิ่งลาม ยิ่งดับยากเปลืองแรง เปลืองเวลา ยิ่งดับช้าเท่าไรก็เป็นฝุ่นสะสมในอากาศ
ขณะที่อุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น น้ำยาล้างจมูก หน้ากากดี ๆ เป้น้ำ ไฟฉายที่ต้องใช้ตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่ดับไฟจะเอาเงินจากไหนไปซื้อแม้จะมีเบี้ยเลี้ยง มีเงินเดือน แต่รัฐก็ต้องสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาต้องขอรับบริจาค ขอให้นายช่วย ขอจากวัด ขอจาก สส. แม้แต่รองเท้าที่ใส่เหยียบใบไม้ที่ไหม้ไปแล้วแค่ 2 วัน พื้นรองเท้าก็ไปหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจ้งว่าหมดเวลาในการอภิปราย และไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อ ก่อนที่นายณัฐพล จะระบุว่า ครั้งนี้จำเป็นจริง ๆ เพราะเกินเวลา 29 วินาทีแล้ว ขออนุญาตพูดเพราะนี่คือเสียงจากคนที่ดับไฟจริง ๆ เขาไม่มีโอกาสได้พูดกับนายของเขา และปิดไมค์ของนายณัฐพล
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงลุกขึ้นประท้วงว่าการเข้มงวด ถึงขนาดที่ 1 วินาทีแล้วบอกว่าหมดเวลาจะทำให้การประชุมและการควบคุมการประชุมไม่ราบรื่น โดยขอให้ย้อนไปดูญัตติแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคน ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง ท่านไหนเกิน 7 นาที ก็อะลุ่มอล่วย ถ้าเราอนุโลมในญัตติแรกแล้วญัตติที่สองมาเคร่งครัดแบบนี้ ทั้งที่ตกลงกันไว้ก่อนการประชุม ก็คงจะไม่ราบรื่น
นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่าวันนี้มีผู้อภิปรายจำนวนมากจึงขอให้รักษาเวลา จากที่ฟังนายณัฐพลยังไม่เข้าถึงบทสรุป หากสมาชิกทุกคนอภิปรายเกินคนละ 1 นาทีก็จะเกินอีก 1 ชั่วโมง เพราะขณะนี้มีผู้อภิปรายถึง 50 คน นายณัฐพล จึงขอเวลาเพิ่มอีก 1 นาที เพราะยังไม่ได้เสนอข้อเสนอแนะ ซึ่งนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่าหากให้ท่านอื่นก็จะขออีก จึงขอให้รักษากติกา นายปกรณ์วุฒิ จึงลุกขึ้นกล่าวว่าการสะท้อนปัญหากันอย่างเต็มที่กับการให้สมาชิกอยู่กันถึง 21.00-22.00 น. ต่างกันตรงไหน ไม่พร้อมที่จะทำงานกันถึง 22.00 น. ใช่หรือไม่ เนื้อหาไม่ครบไม่เป็นไร ขอแค่ได้ปิดเร็วกว่าเดิมใช่หรือไม่
นายเลิศศักดิ์ จึงกล่าวว่าตนเองควบคุมการประชุมอยู่และเป็นประธานในที่ประชุมเมื่อตกลงกันแล้วก็ต้องช่วยให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้ สัปดาห์ที่แล้วก็มีญัตติด่วนเรื่องพลังงานใช้เวลา 5 นาทีต่อคน ซึ่งมีการอะลุ่มอล่วยให้บางคน แต่ครั้งนี้ได้ขยับเวลาเป็น 7 นาทีแล้ว นายณัฐพล ได้ขอเวลาอภิปราย 30 วินาที นายเลิศศักดิ์ จึงขอให้กล่าวโดยสรุป
นายณัฐพล กล่าวว่า เสียงที่ตนเองสะท้อนคือ เสียงของคนหน้างานที่ไม่เคยได้พูดกับผู้บังคับบัญชา ไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด แต่สิ่งที่ขาดคือ งบ อุปกรณ์ กำลังคน รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้งควรจะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจโดยตรงเหนือกว่ารัฐมนตรีประจำกระทรวง อยากให้นายอนุทินเข้าใจเรื่องเหล่านี้
“อยากให้ท่านอนุทินบินไปเชียงใหม่ สูดอากาศด้วยตัวเองจะได้เข้าใจ สิ่งที่ผมพูด” นายณัฐพล ทิ้งท้าย












