Politics

“สุดารัตน์” เตือนถ้าไม่เร่งแก้เศรษฐกิจ ปีหน้าเผาจริงแน่ หวังที่ประชุม กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% พยุงค่าเงินบาท

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยดับทุกตัว ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชน และกำลังซื้อภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก ประชาชนส่วนใหญ่ลำบากยากแค้น ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ จนแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี อยู่ที่ 30.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เฉพาะในปีนี้แข็งค่าขึ้นเกือบ 8% และหากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในปี 2557 ที่อยู่ที่ 32.915 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แสดงให้เห็นว่านับแต่มีการยึดอำนาจ การลงทุนภาคเอกชนก็หดหายไปตั้งแต่บัดนั้น และเป็นปัญหาต่อการส่งออก ส่งผลต่อการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในปีนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้ธุรกิจส่งออกสูญเสียความสามารถในการแข่งขันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีกว่าประเทศคู่แข่ง แต่ผู้ส่งออกต้องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างน้อย 8 % ทันทีที่ขายของได้ ที่สำคัญปัจจุบันค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลง ยิ่งกระทบต่อธุรกิจที่ส่งออกและท่องเที่ยวของไทยมากขึ้นไปอีก แถมมาถูกซ้ำเติมด้วยการถูกตัด GSP เข้าไปอีก

จึงหวังว่าที่ประชุม กนง. ในวันพรุ่งนี้ ( 6พ.ย.) จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างน้อย0.25% เพื่อประคองไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากไปกว่านี้

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า โรงงานต่างๆ ต้องลดกำลังการผลิต ลดเวลาจ้างแรงงาน หลายแห่งทยอยปิดตัวลง เพราะกำลังซื้อในประเทศหดหาย ทำให้ปีหน้าเราต้องเผชิญกับภาวะคนตกงานสูงถึง 500,000 คน เด็กจบใหม่มีความเสี่ยงสูงที่จะหางานทำไม่ได้ ปัญหาสังคมจะตามมาอย่างมากมาย ทั้งยาเสพติดและการจี้ปล้น

คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งระดมสรรพกำลัง มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ปล่อยเป็นภาระของธนาคารแห่งประเทศไทย เพียงหน่วยงานเดียว เพราะเราสามารถใช้กลไกเครื่องมือทางเศรษฐกิจหลายๆตัว มาช่วยดูแลค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างมีธรรมาภิบาล นอกเหนือจากการบริหารอัตราดอกเบี้ย เช่นการเพิ่มการนำเข้าระยะสั้น ในสินค้าที่เราต้องนำเข้าเพื่อใช้อยู่แล้ว อย่างเช่น น้ำมัน หรือการคืนเงินกู้ต่างประเทศ เพื่อลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะทำให้เงินบาทอ่อนตัวลงโดย ธปท. ไม่ต้องเข้าไป แทรกแซง

ที่สำคัญคือรัฐบาล ต้องใช้มาตรการทางการคลัง สร้างกำลังซื้ออย่างยั่งยืน ไม่ใช่การหว่านแจกเงินที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในอันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่ยังขับเคลื่อนได้ ซึ่งเมื่อกำลังซื้อที่มีคุณภาพและยั่งยืนเกิดขึ้น จึงจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจ ให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมองเห็นอนาคต และกล้าที่จะตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ใหม่

“พลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องยอมรับความจริงว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มากแล้ว ต้องการลงมือทำงาน แก้ปัญหาทันที มิใช่การแก้ตัวด้วยคำพูดไปวันๆ ไม่เช่นนั้น เศรษฐกิจไทยปีหน้าต้องเข้าสู่ภาวะเผาจริง อย่างแน่นอน”

Related Posts