HUMANITY

เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน จี้รัฐบาลไทย ระงับศูนย์ CI ชั่วคราว

เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน จี้รัฐบาลไทย ระงับศูนย์ CI ชั่วคราว เสนอ ครม. ผ่อนผันให้ไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเมียนมาฝ่ายเดียว แนะ คำนึงถึงข้อมูลอ่อนไหวส่วนบุคคล

วันนี้ (30 ต.ค. 69) เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (Thailand Migration Reform Consortium: TMR) หารือ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงแรงงาน ขอให้ระงับการดำเนินงานศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) ของทางการเมียนมาในไทยชั่วคราว และผ่อนผันสถานะการอยู่และทำงานโดยฝ่ายไทย

ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยควรเปลี่ยนจากการผูกสถานะทางกฎหมายของแรงงานกับเอกสารที่ต้องขอจากทางการเมียนมา ไปสู่ระบบอนุญาตให้อยู่และทำงานที่ไทยกำกับเอง โดยเสนอให้ระงับศูนย์ CI ชั่วคราวระหว่างตรวจสอบ และผ่อนผันตามหลักเกณฑ์ของฝ่ายไทยเพื่อไม่ให้แรงงานหลุดออกนอกระบบ ซึ่งไม่ใช่การตัดความร่วมมือด้านแรงงานทั้งหมด แต่เป็นการกำหนดเงื่อนไขให้เกิดความร่วมมือเคารพอธิปไตย ความปลอดภัย และสิทธิของผู้ทำงานในไทย

ทั้งนี้ ศูนย์ CI มีบทบาทออกเอกสารที่ใช้ประกอบการทำให้แรงงานมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายในไทย อย่างไรก็ตาม มีข้อร้องเรียนถึงการรับบริการอาจเชื่อมกับภาระค่าเอกสาร ภาษีเงินได้ของเมียนมา 2% และหลักฐานการส่งเงิน 25% ผ่านช่องทางที่กำหนด ขณะที่ค่าธรรมเนียม CI ที่ภาครัฐไทยประชาสัมพันธ์อยู่ที่ 2,670 บาท แต่ผู้ใช้บริการบางรายรายงานค่าใช้จ่ายจริงเกิน 5,000 บาท

ที่ประชุม TMR มองว่า ควรแยกเอกสารรับรองตัวบุคคลออกจากการรับรองสัญชาติอย่างเด็ดขาด และไม่ควรใช้ CI เป็นเงื่อนไขเพียงทางเดียวในการรักษาสถานะการทำงานในไทย อีกทั้งมีรายงานข้อกังวลจากกลุ่มแรงงานถึงการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และความเป็นไปได้ที่จะถูกใช้ติดตามผู้ที่อยู่ในวัยเกณฑ์ทหาร

นอกจากนี้ เมื่อการต่ออายุ หรือรักษาสถานะทางกฎหมายต้องขึ้นอยู่กับการเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่สูง เอกสารและเงื่อนไขจากรัฐต้นทาง แรงงานบางส่วนอาจเลือกไม่เข้าสู่กระบวนการ เพราะกังวลเรื่องภาระเงินหรือความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ทั้งนี้ ที่ประชุม TMR มีข้อเสนอให้พิจารณาดำเนินการทันที ประกอบด้วย

1.ระงับการดำเนินงาน และการขยายศูนย์ CI ของทางการเมียนมาในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ระหว่างตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องค่าธรรมเนียม เงื่อนไขภาษี การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงโดยผู้แทนไทย และการคุ้มครองแรงงาน โดยดำเนินการผ่านกลไกและอำนาจทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2.เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการผ่อนผันโดยฝ่ายไทยเป็นการเฉพาะหน้า โดยพิจารณาอำนาจตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และมาตรา 14 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 เพื่อคงสิทธิอยู่และทำงานของแรงงานที่ขึ้นทะเบียนหรือมีประวัติในระบบไทย โดยอาศัยบัตร/เลขประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ข้อมูลชีวมิติ และทะเบียนนายจ้างตามหลักเกณฑ์ของไทย ไม่บังคับให้ยื่น CI ฉบับใหม่เป็นเงื่อนไขเดียวในช่วงเปลี่ยนผ่าน

3.จัดระบบตรวจสอบตัวบุคคล และประเมินความเสี่ยงเป็นรายกรณี โดยแยกการบริหารแรงงานออกจากข้อเรียกร้องทางการเงินของรัฐต้นทาง ห้ามเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว หรือข้อมูลที่อาจนำไปใช้ติดตามผู้คัดค้านทางการเมืองหรือบุคคลเสี่ยงเกณฑ์ทหาร โดยปราศจากฐานกฎหมายและหลักประกันที่เพียงพอ

4.ตั้งคณะตรวจสอบร่วมของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง พร้อมช่องทางรับข้อร้องเรียนอย่างปลอดภัย และมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน

5.ใช้ช่องทางการทูต แจ้งความกังวล และเรียกร้องให้ยุติอันตรายข้ามแดน พร้อมกำหนดเงื่อนไขชัดเจนก่อนพิจารณาเปิดศูนย์ CI อีกครั้ง ทั้งในด้านการกำกับของฝ่ายไทย ค่าธรรมเนียมโปร่งใส การคุ้มครองข้อมูล และการไม่คุกคามแรงงาน

Related Posts

Send this to a friend