HEALTH

สธ.จัดประชุมวิชาการ ‘เดินหน้า…กัญชาเสรี แก้เจ็บแก้จน’

สธ.จัดประชุมวิชาการ ‘เดินหน้า…กัญชาเสรี แก้เจ็บแก้จน’ ด้าน ‘อนุทิน’ ย้ำ ขอให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ และพร้อมออกมาตรการมาควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิด

วันนี้ (15 มิ.ย. 65) กระทรวงสาธารณสุขจัดประชุมวิชาการ ‘เดินหน้า…กัญชาเสรี แก้เจ็บแก้จน’ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานรับมอบตำรับกัญชาของหมอพื้นบ้านให้เป็นตำรับยาแผนโบราณของชาติ และมีการปาฐกถา เรื่อง ปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างเศรษฐกิจ สร้างสุขภาพ

นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้มางานเดินหน้ากัญชา แก้เจ็บ แก้จน โดยผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ตั้งใจผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย และเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการที่นำมาดูแลในทางการแพทย์ ซึ่งประโยชน์ของน้ำมันกัญชา ช่วยให้หายจากโรคนอนไม่หลับ โรคพาร์กินสัน เราจึงผลักดันให้ปลดล็อกกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ สิ่งที่เราทำมาถูกกฎหมายทั้งหมด และตอนนี้ได้ปลดล็อกกัญชงกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดแล้ว ซึ่งจะต้องใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และใช้ในทางที่ดี สามารถนำเอาใบมาทำอาหารเครื่องดื่ม หรือหากจะสกัดเป็นน้ำมัน จะต้องมีค่า THC ไม่เกิน 0.2 %

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การปลดกัญชาออกจากยาเสพติดนั้นอยู่ในหมวดนโยบายเร่งด่วน ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะสามารถปลดได้ นับว่าช้ามาก และหลังจากมีการปลดล็อกนั้นก็ได้รับการยอมรับและความสนใจจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งก่อนหน้านี้ที่สร้างวิสาหกิจชุมชนมากมาย สร้างรายได้ให้คนที่ทำงานร่วมกับโรงพยาบาล

‘เราเอากัญชามาช่วยชีวิต ไม่ใช่ทำให้เสียชีวิต
ไม่ได้มีไว้เสพเพื่อความบันเทิงความสำราญ และกัญชายังเป็นพระเอกในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้หลายโรค ดังนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันการกระทำผิดให้มากที่สุด’
นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย

หลังจากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความกังวลใจของหลายฝ่าย หลังจากได้มีการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด นายอนุทิน ระบุว่า ปัจจุบันเรามีพระราชบัญญัติที่กรมอนามัยเป็นคนดูแล เรื่องของการกำหนดการใช้กัญชาต่าง ๆ และตอนนี้เรากำลังพิจารณาพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยในเรื่องการจำกัดอายุ จำกัดกลุ่มคนที่สามารถใช้กัญชาได้ และการประกาศออกมาเป็นพระราชกิจจานุเบกษานั้นใช้เวลาไม่นาน

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการออกประกาศจะควบคุมกัญชาในพื้นที่โรงเรียนในเขต กทม. ด้านนายอนุทินให้ความเห็นว่า ถ้าทางผู้ว่าฯ จะตอกย้ำไม่ให้ใช้กัญชาในโรงเรียนก็เป็นสิ่งที่ดี ทำให้มั่นใจถึงการทำงานร่วมกัน และอย่าไปคิดว่านี่คือพื้นที่ กทม. หรือกระทรวงฯ ทุกคนทำงานให้กับประชาชนทั้งนั้น และมีการจำกัดการเข้าถึงกัญชาคือ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่ใช่สตรีตั้งครรภ์ หรือสตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ซึ่งถ้านักเรียนต่ำกว่า 20 ปี ก็ใช้ไม่ได้ ภายในมหาวิทยาลัยก็ใช้ไม่ได้เพราะเป็นที่สาธารณะ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวการเสียชีวิตของผู้ที่เสพกัญชา แต่ในเวลาต่อมา มีการแถลงจากโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องว่าผู้เสียชีวิตนั้นเสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย ไม่ใช่เรื่องของการเสพกัญชา นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เสียชีวิตจากการเสพกัญชาโดยตรง หากมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็จะไปเร่งให้เสียชีวิตง่ายขึ้น เหมือนอย่างการติดโควิด หากใครใช้แล้วเกิดเหตุที่ไม่ควรเกิดก็ต้องลงไปดูอย่างใกล้ชิด แต่ถ้ามาจากสาเหตุอื่นจำเป็นต้องดูตามข้อกฎหมายต่อไป

ส่วนในกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีผู้ที่แพ้กัญชาจากการใส่กัญชาเป็นส่วนผสมในอาหารนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ถ้าใส่ใบกัญชาลงไปต้มเพียง 1 – 2 ใบ ไม่มีอาการแน่นอน เพราะใบไม่มีสารพิษ แต่ถ้าหากเอาน้ำมันสกัดใส่ลงไป ซึ่งไม่รู้ว่า มีค่า THC เกิน 0.2 % หรือไม่นั้น ก็อาจจะเกิดอาการ และต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งหากว่ามีค่าเกิน 0.2% จะผิดกฏหมายยาเสพติด และถ้ามีความจำเป็นในการแจ้งเตือนก็จะออกประกาศจากกรมอนามัย ให้ร้านค้าที่นำกัญชามาเป็นส่วนผสมในอาหารแจ้งต่อลูกค้าให้ทราบก่อน พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง และพร้อมรับข้อติชมไปแก้ไขเพื่อลดปัญหาที่ตามมา

Related Posts

Send this to a friend