HEALTH

แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพกาย – ใจ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน

วันนี้ (5 ก.ย. 66) นายแพทย์กุลธนิต วนรัตน์ ผู้อำนวยการ กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพกายและใจ เช่น การฝึกฝนจิตใจ ให้ห่างไกลจากความเครียด ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน โดยเน้นการปรับอารมณ์ อาหาร และการออกกำลังกาย

นายแพทย์กุลธนิต กล่าวว่า “ในปัจจุบันคนไทยมีปัญหา จากความเครียดเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มักมาจาก ปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ ปัญหาจากที่ทำงาน เศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ หรือที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมโซเชียล ซึ่งอาจทำให้หลายๆคนเกิดความเครียด การกำจัดความเครียด บางครั้งเราสามารถจัดการกับต้นเหตุได้ แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถทำได้”

“ดังนั้นการลดความเครียด โดยการเปลี่ยนวิธีการการตอบสนอง ต่อสาเหตุความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความเครียดทางสรีรวิทยา และทางจิตวิทยา จะทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ มีอาการวิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง และภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย และถ้าปล่อยให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า หรือส่งผลให้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตได้”

“ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน เมื่อจิตใจได้รับการกระทบกระเทือน จนเกิดความเครียด จะไปกระทบการทำงาน ตามทฤษฏีอวัยวะภายใน เช่น ตับ หัวใจ ม้าม และ ไต อันเป็นเหตุทำให้อารมณ์ไม่แจ่มใส จิตใจเลื่อนลอย คิดวนไปวนมาอัดอั้นตันใจ ถอนหายใจบ่อย ขี้โมโห ร้องไห้บ่อย ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก ปวดเสียดสีข้าง รู้สึกเหมือนมีอะไรติดในลำคอ ใจสั่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ถ่ายไม่ออก และหูมีเสียงแว่ว เป็นต้น ซึ่งแพทย์แผนจีนสามารถใช้หัตถการต่างๆ ในการรักษาได้ เช่น การให้คำแนะนำตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน การฝังเข็ม การจ่ายยาสมุนไพรจีน และการนวดทุยหนา”

สำหรับการดูแลสุขภาพ และการป้องกันความเครียด ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ที่อยากแนะนำให้ปฏิบัติ ได้แก่

1.การแก้ไขปัญหาที่เป็นต้นเหตุความเครียด ควรปรับเปลี่ยนมุมมองหรือความคิด และสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อสาเหตุนั้น

2.ผ่อนคลายอารมณ์ ทำกิจกรรมที่ทำให้สนุกเพลิดเพลิน การเข้าสังคม การคบคนที่มองโลกในแง่บวก การระบายอารมณ์ออกมา พูดคุยกับเพื่อนหรือคนใกล้ชิด การฝึกฝนจิตใจ เช่น การฝึกหายใจ การทำสมาธิ การฝึกจินตภาพเพื่อเอาชนะความเครียด เพราะจิตใจที่ถูกรบกวน จะทำให้สารจำเป็นพื้นฐานของร่างกาย (จิง) และลมปราณถูกทำลาย ทำให้ร่างกาย และจิตใจเสื่อมโทรม

3.การพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ชี่และเลือดสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายและจิตใจเป็นปกติ

4.การรับประทานอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหาร ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้ดีขึ้น ได้แก่ อาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว ส้มโอ ชามะนาว ผิวส้ม ซานจา ลูกพลัม และบลูเบอร์รี่ หากมีเสมหะหรือมีความรู้สึก คล้ายมีอะไรติดอยู่ในลำคอ ควรรับประทานลูกเดือยเป็นประจำ เพื่อขับเสมหะและเสริม ความแข็งแรงของม้าม ที่สำคัญไม่ควรดื่มน้ำเย็น หรือรับประทานอาหาร ที่มีความเย็นหรือฤทธิ์เย็น เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหาร หรือม้ามอ่อนแอ และ ทำให้มีเสมหะมากขึ้น

5.ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างร่างกายและจิตใจ เช่น รำมวยไทเก๊ก ชี่กง ว่ายน้ำ เดินเบาๆ หรือ ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย โดยต้องออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะจะช่วยให้ลมปราณที่ติดขัดภายในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น นอกจากนี้เหงื่อที่ออก ยังสามารถช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี

6.ควรใช้ชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบ และดำเนินชีวิตตามหลักศีลธรรมอันดีงาม

7.ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และปรับตัวตามสภาพแวดล้อม

8.ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้การรักษาและเยียวยา ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ปกติ

“ถ้าท่านสามารถปฏิบัติตนได้ ตามคำแนะนำข้างต้น ก็จะทำให้สุขภาพกาย และจิตใจของท่านแข็งแรงมีประสิทธิภาพ และห่างไกลจากโรค ที่มีสาเหตุมาจากความเครียด หากท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2-149-5678”

Related Posts

Send this to a friend