กลุ่มธุรกิจ TCP ได้รับการรับรองด้านการจัดการน้ำของ AWS ระดับ Core ที่โรงงานปราจีนบุรี
โรงงานปราจีนบุรีภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP ได้รับการรับรองมาตรฐาน Alliance for Water Stewardship (AWS) ระดับ Core ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ธุรกิจ ชุมชน และระบบนิเวศ โดยการรับรองนี้ครอบคลุมการดำเนินงานของ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด หรือโรงงานปราจีนบุรี
มาตรฐาน Alliance for Water Stewardship (AWS) เป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ครอบคลุมการประเมินการจัดการน้ำขององค์กรใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรน้ำ (Good Water Governance) การรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water Balance) การดูแลคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี (Good Water Quality Status) การอนุรักษ์พื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ (Important Water-Related Areas) ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH)
โรงงานปราจีนบุรี มีการควบคุมการใช้น้ำในกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด พร้อมปรับปรุงกระบวนการผลิตและระบบสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าลดอัตราส่วนการใช้น้ำต่อผลิตภัณฑ์ลง 3% ต่อปี ควบคู่กับการฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำในพื้นที่ ซึ่งตลอด 7 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP เพิ่มศักยภาพการกักเก็บและเติมน้ำกลับสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านโครงการ “TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย” โดยลุ่มน้ำบางปะกงเป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินโครงการ
นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP เผยว่า กลุ่มธุรกิจ TCP ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างรับผิดชอบมาและตั้งเป้ามุ่งสู่ Net Water Positive ภายในปี พ.ศ.2573 การได้รับการรับรองมาตรฐาน AWS ของโรงงานปราจีนบุรี ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการดูแลทรัพยากรน้ำในพื้นที่ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญขององค์กรไทยในการยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล
สก็อตต์ แมคเครดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ Alliance for Water Stewardship (AWS) กล่าวว่า การได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล AWS ระดับ Core สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ณ โรงงานปราจีนบุรี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นร่วมกันในพื้นที่ลุ่มน้ำ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ












