GREEN BUSINESS

ลอรีอัล กรุ๊ป ชูแคมเปญ ‘#JoinTheRefillMovement’ ปี 3 ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภครักษ์โลก

ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Groupe) ขยายผลแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบเติมหรือรีฟิล ต้อนรับวัน World Refill Day โดยแคมเปญนี้ครอบคลุม 4 แผนกผลิตภัณฑ์ 18 แบรนด์ และ 28 ผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำหอม เมกอัพ และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

แคมเปญดังกล่าวออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อ้างอิงจากผลสำรวจของ KANTAR ที่พบว่าผู้บริโภคทั่วโลกร้อยละ 84 ต้องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลอรีอัลจึงร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลได้สะดวกและเห็นความคุ้มค่าด้านราคาชัดเจนขึ้น

การดำเนินงานครอบคลุมทั้ง 4 แผนก ได้แก่ แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L’Oréal Luxe) แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (L’Oréal Dermatological Beauty) แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products Division) และแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค (Consumer Products Division) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลได้ในทุกระดับราคา

ลอรีอัลนำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงผลลัพธ์การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิล ตัวอย่างเช่น

-ครีมบำรุงผิว Lancôme Absolue Longevity Soft Cream การใช้รีฟิล 1 ชิ้นแทนกระปุกใหม่ ช่วยลดการใช้วัสดุแก้วร้อยละ 100 โลหะร้อยละ 95 พลาสติกร้อยละ 42 และกระดาษแข็งร้อยละ 36

-น้ำหอม YSL Libre EDP การใช้ขวดรีฟิลขนาด 100 มิลลิลิตร แทนขวดใหม่ขนาด 50 มิลลิลิตร 2 ขวด ช่วยลดการใช้โลหะร้อยละ 100 พลาสติกร้อยละ 59 แก้วร้อยละ 58 และกระดาษแข็งร้อยละ 42

-ออยล์บำรุงผม Kérastase การใช้ไส้รีฟิลกับขวดเดิม ช่วยลดการใช้วัสดุแก้วร้อยละ 100 และพลาสติกร้อยละ 58

-ผลิตภัณฑ์ CeraVe การใช้ถุงเติมขนาด 473 มิลลิลิตร แทนขวดปั๊มใหม่ ช่วยลดการใช้พลาสติกร้อยละ 77

บลังกา จูที ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ ลอรีอัล กรุ๊ป ระบุว่า การรวมตัวของ 18 แบรนด์และ 28 ผลิตภัณฑ์ เป็นการพิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ความงามแบบรีฟิลสามารถเข้าถึงได้ในทุกระดับราคาและทุกช่องทาง โดยตั้งเป้าช่วยให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิลโดยไม่ลดทอนคุณภาพและมีความคุ้มค่า

ด้าน เอซกิ บาร์เซนาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ลอรีอัล กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า บริษัทมีหน้าที่ผลักดันนวัตกรรมการหมุนเวียนทรัพยากรให้เป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งต้องพัฒนาตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์จนถึงการสร้างพันธมิตรค้าปลีก พร้อมสนับสนุนโครงการ L’AcceleratOR เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุและบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต

ลอรีอัล กรุ๊ป ลงทุนตั้งฐานการผลิตระบบรีฟิลเฉพาะทางในโรงงานหลายแห่ง เช่น โรงงานในโกชี (Gauchy) และโอลเนย์ (Aulnay) สำหรับกลุ่มน้ำหอม โรงงานในบูร์โกส (Burgos) สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และโรงงานในวิชี (Vichy) สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ส่งผลให้บริษัทเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลได้ 3.7 เท่าในช่วงปี 2562 ถึง 2568 พร้อมจัดสรรงบประมาณ 100 ล้านยูโรผ่านโครงการ L’AcceleratOR เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในการค้นหาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ใหม่ เช่น พลาสติกชีวภาพจากอ้อย และขวดกระดาษรีไซเคิล

สำหรับประเทศไทย ลอรีอัล กรุ๊ป นำเสนอผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลกว่า 50 ผลิตภัณฑ์จากทุกแผนก เช่น CeraVe, La Roche-Posay, Lancôme, Kiehl’s, YSL และ Giorgio Armani โดยร่วมมือกับร้านค้าพันธมิตรจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Related Posts

Send this to a friend