ECONOMY

‘พาณิชย์’ หารือ 6 เอกชนไทยในอินเดีย รับฟังโอกาส–อุปสรรคการค้าและการลงทุน

‘พาณิชย์’ หารือ 6 เอกชนไทยในอินเดีย รับฟังโอกาส–อุปสรรคการค้าและการลงทุน เร่งแก้ปัญหามาตรฐาน BIS หนุนเศรษฐกิจสีเขียว ดันไทยเป็นพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานอินเดีย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในอินเดีย ทั้งไทยออยล์, GPSC, SCG, CPF, CP, และ Shera ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ นิวเดลี และเจนไน โดยภาคเอกชนไทยทุกบริษัทเห็นตรงกันว่า อินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะการขยายตัวของชนชั้นกลางซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 500 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 800–900 ล้านคนในปี 2035 ถือเป็นโอกาสสำคัญของสินค้า และบริการไทย

“อินเดียเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ของชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นฐานผู้บริโภคสำคัญ ทำให้สินค้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง และสินค้าเชิงนวัตกรรม ยังมีโอกาสขยายตัว และสอดรับสนับสนุนในส่วนที่อินเดียต้องการ” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า ความท้าทายที่ภาคเอกชนไทยเผชิญคือการตรวจรับรองมาตรฐานภายใต้ Bureau of Indian Standards (BIS) ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันไม่สามารถเดินหน้าไปได้เต็มศักยภาพ โดยกระทรวงพาณิชย์จะพยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดีย เพื่อสร้างความเข้าใจ และเอื้ออำนวยต่อการเชื่อมโยงการผลิตระหว่างกัน

สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสนับสนุนเป้าหมายของอินเดียในด้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ซึ่งไทยพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน ซึ่งจากการนำคณะเอกชนไทยกว่า 17 ราย มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีการทำ Business Matching แล้ว 271 คู่ สร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 100 ล้านบาทในหนึ่งปี และมีโอกาสต่อยอดเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มกรีนคอมโพเนนท์ และวัสดุก่อสร้าง

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ไทยในอินเดียทั้ง 3 แห่ง เสนอแผนส่งเสริมการค้าและการลงทุนปี 2569 ทั้งการผลักดันสินค้า SMEs และสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดอินเดีย การขยายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การสร้างเครือข่ายสตาร์ตอัป การจัดคณะผู้แทนการค้า การเข้าร่วมและจัดงานแสดงสินค้า การจัดกิจกรรม Top Thai Brands และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในอินเดีย

สำหรับอินเดีย เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 4 ของไทย โดยการค้าช่วง 11 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 20,316.65 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.56% แบ่งเป็นการส่งออก 14,787.94 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40.78% และการนำเข้า 5,528.72 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.33%

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอินเดีย ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เครื่องจักรและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

สินค้านำเข้าจากอินเดีย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ

Related Posts

Send this to a friend