CRIME

เปิดปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลาย ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ “บังลาย”

ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี เปิดปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลาย ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ “บังลาย” โดยเข้าจับกุมตัวการสำคัญที่ทำการขนส่งเงินสดจากการค้ายาเสพติดในประเทศไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้วิธีการซุกซ่อนไปกับการขนส่งสินค้า

วันนี้ (26 ก.พ. 64) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี เข้าตรวจค้นอาคารหลังหนึ่งใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเปิดเป็นฟิตเนสเซ็นเตอร์ ตามหมายจับผู้ต้องหา 2 สามีภรรยา ได้แก่ นายจิรภาส ลาภวัตสกุล และ น.ส.สิรินาฏ ขันเมือง ในคดียาเสพติดและการฟอกเงิน

จากการเข้าตรวจค้น พบเพียงนายจิรภาส เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ และให้นายจิรภาส นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อหาหลักฐาน ตามที่เจ้าหน้าที่ได้มีการสืบสวนพบว่า นายจิรภาส และ น.ส.สิรินาฏ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยเป็นผู้ไปกดเงินสดให้กับ น.ส.ชุนเหว่ย แซ่ช่าย

โดย น.ส.ชุนเหว่ย คือตัวการสำคัญในการนำเงินจากการค้ายาเสพติดในประเทศไทย ส่งข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ให้กับนายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือบังลาย พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ที่เริ่มผันตัวจากการค้ายาภายในประเทศ ก่อนหนีข้ามแดนไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน และสั่งการขนยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอีน ส่งผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ตำรวจสามารถสกัดจับเฮโรอีนล็อตใหญ่ จำนวนกว่า 400 กิโลกรัม มูลค่าเกือบ 1 พันล้านบาท ซึ่งนำมาสู่การขยายผลจับกุมในปฏิบัติการนี้

จากการสอบปากคำ นายจิรภาสให้การยอมรับว่ารู้จักกับนางสาวชุนเหว่ย เนื่องจากเป็นแม่บุญธรรม และยอมรับว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงินให้แก่นางสาวชุนเหว่ยจริง พร้อมให้ข้อมูลว่าขณะนี้ นางสาวชุนเหว่ย อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดปฏิบัติการ ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นในอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดของ น.ส.ชุนเหว่ย ทำธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้า เจ้าหน้าที่ไม่พบตัว น.ส.ชุนเหว่ย พบเพียงลูกจ้างที่ถูกออกหมายจับในข้อหาสมคบคดียาเสพติดด้วย ซึ่งให้การกับตำรวจ ยอมรับว่า เป็นคนไปกดเงินให้กับ น.ส.ชุนเหว่ย แต่ปฎิเสธไม่รู้ว่าเป็นเงินจากการค้ายาเสพติด ตนเพียงทำตามคำสั่งของนายจ้างเท่านั้น โดยคิดว่าเป็นเงินจากการขายสินค้าของบริษัทไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเงินหมุนเวียนในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ชุนเหว่ย จำนวนกว่า 1 พันล้านต่อปี โดยล่าสุดเมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีการกดเงินสดมากถึง 150 ล้านบาท ซึ่งรายได้ของบริษัทไม่สอดคล้องกับเงินจากการขายสินค้าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ว่ามีการขายสินค้าได้เพียง 80 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่า น.ส.ชุนเหว่ย ไม่ได้รับทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายบังลายเครือข่ายเดียว แต่อาจจะรับทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อนำเงินสดข้ามไปให้กับเครือข่ายยาเสพติดอื่นๆ ด้วย ผ่านทางการขนส่งสินค้าของบริษัทตนเองไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ภายหลังการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ 10 ล้อ รถยนต์ ทองรูปพรรณ เครื่องออกกําลังกาย กระเป๋าแบรนด์เนม เงินสด นาฬิกาข้อมือ เงินสดในบัญชีธนาคาร สินค้าส่งออก เครื่องจักรโรงงานส่งออก รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

สำหรับปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลายนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการเข้าตรวจค้นทั้งหมด 27 จุดทั่วประเทศ 10 จุดในจังหวัดเชียงราย มีผู้ต้องหาตามหมายจับ 21 ราย ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ 5 ราย ที่อยู่ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

Related Posts