มท. 4 นำแถลงปฏิบัติการ ‘กวาดบ้านกลางกรุง’ จับขบวนการสวมสิทธิทำ ‘บัตรสีชมพู’
มท. 4 นำแถลงปฏิบัติการ ‘กวาดบ้านกลางกรุง’ จับขบวนการสวมสิทธิทำ ‘บัตรสีชมพู’ ต่างด้าวย้ายชื่อเด็ก 140 คนเข้าบ้านทิพย์ ในแฟลตดินแดง จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย อธิบดีปกครองเผยทำเป็นขบวนการ ยันเร่งแก้ กม. – เพิ่มโทษ ชี้กระทบความมั่นคง-แย่งสิทธิคนไทย ขณะรองเลขาฯ ป.ป.ท. ซัด จนท. รัฐเป็นตัวการสำคัญ ทำเข้าสู่ระบบทะเบียนเท็จ
วันนี้ (18 ส.ค. 69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท. สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง., พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
นายนฤชา กล่าวว่าจากการปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนได้ดำเนินการแจ้งข้อมูลเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เพื่อให้ดำเนินการต่อในแฟลตดินแดงแห่งนี้ โดยเมื่อตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ท. รวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทำให้เราทราบว่ามีกระบวนการทุจริตการปลอมแปลงเอกสาร และนำลูกแรงงานต่างด้าวเข้ามาดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นการที่ผิดกฎหมาย และเป็นภัยต่อความมั่นคงของฐานข้อมูลของระบบทะเบียนราษฎรของไทย จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายนำไปสู่การพบว่ามีกระบวนการจัดทำบัตรประจำตัวให้กับคนที่ไม่มีสัญชาติไทย คือบัตรสีชมพูขึ้นต้นด้วยเลข 7 ที่สำนักงานเขตดินแดงมากผิดปกติ โดยสุ่มตรวจพบว่า 3 ห้องมีผู้พักอาศัยรวมกว่า 140 คน ซึ่งตามข้อเท็จจริงเป็นการนำชื่อมาฝากไว้ในแฟลตแต่ละห้อง ดังนั้นหากมีการดำเนินการในลักษณะนี้กับแฟลตดินแดงทั้ง 5,000 ห้อง จะเป็นอย่างไร แต่จากที่เราตรวจเจอก็มีจำนวนกว่า 1,366 ราย ก็จะมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ต่อไป
นายนฤชา กล่าวอีกว่ามีการทำเป็นขบวนการ โดยมีนายหน้าต่างด้าวเป็นผู้รวบรวมรายชื่อและเอกสารจากแรงงานต่างด้าว ส่งให้นายหน้าคนไทย และเชื่อมโยงไปถึงการทำบัตรประจำตัว โดยเจ้าหน้าที่คือสำนักงานเขตดินแดง ดังนั้นสามส่วนนี้มีการละเมิดกฎหมายไทย การมีบัตรประจำตัวจะสามารถใช้สิทธิเท่าคนไทยขออนุญาตทำงาน และในอนาคตจะนำไปสู่การขอสัญชาติไทยได้
บัตรนี้มีความสำคัญอย่างมาก จึงมีความพยายามปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้ได้ครอบครองบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย จากนั้นจึงมอบหมายให้คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ออกหมายจับ 7 หมาย และหมายค้น 7 หมาย ประกอบไปด้วยนายหน้าและพยานที่รับรองเอกสารลงลายมือชื่ออันเป็นเท็จ จำนวน 2 ราย ขณะที่เจ้าบ้านและผู้สนับสนุนจำนวน 2 ราย และเจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 ราย
“รัฐบาลมีมาตรการชัดเจน หากพบว่าข้าราชการมีการทุจริตในคดีอาญา จะลงโทษด้วยการออกจากราชการก่อนสถานเดียว ส่วนรายการที่ทำผิดจะมีการเพิกถอนออกจากฐานข้อมูลทันที ซึ่งขณะนี้ได้เพิกถอนเรียบร้อยแล้ว” นายนฤชา กล่าว
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน ซึ่งการได้บัตรสีชมพูที่ขึ้นต้นด้วยเลข 7 นั้น สามารถเดินทางไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เหมือนคนไทย มีสิทธิทำธุรกรรม สิทธิการศึกษาการรักษาพยาบาล และในอนาคตมีสิทธิพัฒนาสัญชาติเพื่อแปลงเป็นสัญชาติไทยได้
สำหรับมาตรการที่เข้มข้นในการตรวจสอบเรื่องนี้นั้น เราได้ใช้เทคโนโลยีในการช่วยตรวจสอบแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงการกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดที่สุด รวมไปถึงการแก้ระเบียบหลักเกณฑ์ข้อกำหนดต่าง ๆ แก้ระเบียบของผู้ที่ดำเนินการในเรื่องการกระทำความผิดที่ต้องมีโทษมากกว่านี้ และเมื่อเพิกถอนรายการทางทะเบียนแล้ว จะมีกฎหมายเนรเทศที่กำลังดำเนินการด้วย
สำหรับในจำนวน 140 คนพบว่าพ่อและแม่มีบัตรประจำตัวสีชมพู บางคนมีบัตรเลขศูนย์ ซึ่งเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามนโยบายที่รัฐบาลผ่อนผันเข้ามา โดยเด็กเหล่านี้ก็มีสิทธิในการดำเนินการอย่างอื่นเพียงแต่มาเร่งรีบใช้กระบวนการที่ผิดกฎหมายจึงทำให้เกิดปัญหา เพราะมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นทุกเขต เนื่องจากในพื้นที่เขตดินแดงมีกระทรวงแรงงานซึ่งก็อาจจะมีการเอื้อกัน โดยต้องไปดูว่าในแต่ละเขตมีความเสี่ยงในด้านใด โดยเราจะมีการตรวจสอบย้อนหลังทุกราย หากใครมีข้อมูลให้แจ้งเข้ามา
นายนฤชา ยังเห็นว่ามาตรการหรือระเบียบค่อนข้างรัดกุมมากอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ดำเนินการตามระเบียบ เช่น เจ้าหน้าที่แทนที่จะเรียกเอกสารโดยแน่ชัด แต่กลับไม่เรียกดู พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การอาศัยช่องโหว่ แต่เป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีความผิดอย่างร้ายแรง
พล.ต.ท. สยาม กล่าวว่าเราสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 7 รายได้เรียบร้อยหมดแล้ว โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และทำการตรวจค้น 7 จุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในการสืบสวนขยายผลเบื้องต้นพบเส้นเงินของนายหน้า ซึ่งยังไม่ได้มีการออกหมายจับ โดยจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับภายหลัง ซึ่งมีเส้นเงินเจ้าหน้าที่ของรัฐในสำนักงานเขตดินแดง 1 ราย และนายหน้าชื่อนางน้อยอีก 1 ราย
พล.ต.ท. สยาม ระบุอีกว่าจากการสอบปากคำเบื้องต้น นางน้อยยังพบเครือข่ายอื่นที่ดำเนินการกระทำเช่นนี้อีกหลายราย โดยตำรวจนครบาลจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่กระทำความผิดแบบนี้ในเขตกรุงเทพมหานครต่อไป
ส่วนที่นางน้อยบอกว่ายังมีในพื้นที่เขตอื่นด้วย ตนเองจึงประชาสัมพันธ์ไปยังเขตอื่นว่าหากเป็นเจ้าบ้าน และมีการโยกย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่ในบ้านเป็นจำนวนมาก ขอให้มาให้ข้อมูลกับตำรวจ สน. ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
ด้านเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่าบ้านหลังดังกล่าวการย้ายเด็กต่างด้าวสี่รายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ทำให้เราเข้าสืบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ เริ่มต้นจากนายหน้าฝั่งเมียนมา ส่งข้อมูลมาให้นายหน้าฝั่งไทย หรือเจ้าตัวจะดำเนินการอำนวยความสะดวกพร้อมกับหาบ้านให้ ห้องใดยินยอมที่จะให้ย้ายคนต่างด้าวเข้า ก็จะมีการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับเจ้าบ้าน ซึ่งปฏิบัติการนี้นายหน้าจ่ายเงิน 5,000 บาทให้เจ้าบ้าน โดยการย้ายเด็กต่างด้าวจำนวนมากเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ทั้งสภาพที่อยู่อาศัย ความยินยอมของผู้ปกครอง แต่ในกรณีนี้ไม่ได้ตรวจ โดยเฉพาะในปี 2567 จะพบว่าสำนักงานเขตดินแดงออกบัตรสีชมพูให้แก่คนต่างด้าวมากกว่า 2,000 คน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับในปีอื่นมีไม่ถึง 100 คน
พ.ต.ท. สิริพงษ์ กล่าวว่าเมื่อเช้าตนเองและทีมงานเข้าไปดูภายในห้องที่เป็นห้องที่เล็กมาก ทุกห้องมีประตู ซึ่งจะเปิดเข้าไปสู่โครงสร้างการสร้างหลักฐานเท็จในเชิงทะเบียน แฟลตดินแดงอาจมี 5,000 กว่าห้อง มี 5,000 กว่าประตู แต่ประตูเข้าสู่ระบบทะเบียนมีประตูเดียว คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตดินแดง อันนี้คือตัวการ
“สิ่งสำคัญที่สุดในขบวนการนี้คือตัวการที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเป็นคนถือกุญแจที่จะทำให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาสร้างระบบฐานข้อมูลทางทะเบียนเท็จ” พ.ต.ท. สิริพงษ์ กล่าว
พ.ต.ท. สิริพงษ์ ระบุว่าวันนี้พิสูจน์แล้วว่าการทุจริตในเชิงฐานข้อมูลไม่ได้เลือกสถานที่อีกต่อไป วันนั้นเราเจอบ้าน 3 หลัง แต่วันนี้มายด์เซตของเราเปลี่ยนไปแล้ว ในปี 2567 เพียงปีเดียว ยอดพุ่งไปกว่า 2,000 คน ในการนำเด็กเหล่านี้เข้ามาสร้างโครงสร้างทางทะเบียนเท็จและอาศัยทรัพยากรของคนไทย ภาษีของคนไทยเพื่อใช้สิทธิที่เขาพึงจะได้ มากไปกว่านั้น เมื่ออายุ 20 กว่า เรียนจบมหาวิทยาลัย ก็มีสิทธิที่จะขอสัญชาติไทย นี่คือเรื่องน่ากลัว และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ แล้วพื้นที่อื่นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกชื่อ ทุกการอนุมัติและทุกธุรกรรมที่มีความผิดปกติ ทีมงานของเราจะดำเนินการตรวจสอบต่ออย่างแน่นอน
พ.ต.ท. สิริพงษ์ ยังฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐว่าคนที่มีหน้าที่คือคำกล่าวอ้างว่าต้องดำเนินกระบวนการบริการประชาชนให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. อำนวยความสะดวก ต้องรวดเร็ว ต้องใช้เวลา 45 นาที เจ้าหน้าที่ต้องแยกแยะ เพราะการออกบัตรเป็นเรื่องของตัวตน อัตลักษณ์ และสิทธิของคนไทย หรือเป็นสิทธิที่ต่างด้าวอาจเข้ามาแย่งสิทธิของเรา จึงต้องดำเนินการตามระเบียบและแบบแผนปฏิบัติที่กรมการปกครองกำหนดไว้
พล.ต.อ. อดิศร์ กล่าวว่าลักษณะการทำหน้าที่ของกรุงเทพมหานครอาจมีมายด์เซตในเรื่องการอำนวยความสะดวกมากเกินไป และใช้กรอบเวลาที่ถูกกำหนดในการออกใบอนุญาต ใบยืนยัน หรือการปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ มาใช้กับเรื่องลักษณะนี้ด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการให้บริการ แต่ในความเป็นจริงเนื้อหาของการดำเนินการต้องมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ โดยคำนึงถึงความถูกต้องและความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก
พล.ต.อ. อดิศร์ ย้ำว่าเคยมีการพูดคุยกันไปแล้ว หากสงสัยเรื่องไหน ให้นำเรื่องนั้นบอกผ่านผู้อำนวยการเขต โดยไม่ต้องกังวลระยะเวลาการให้บริการ และตนเองได้รายงานผู้ว่าฯ กทม. ไปแล้ว คงดำเนินการตามมาตรการว่าให้ออกจากราชการก่อน
ส่วนเขตดินแดงได้สั่งการไปแล้วให้ ผอ. เขตตรวจทุกตารางนิ้ว บ้านลักษณะแบบนี้ว่าคนที่มีบัตรสีชมพูอยู่ในบ้านนั้นมีกี่ราย และนำรายงานผ่านปลัดมาโดยเร็ว
สำหรับ 140 คนที่พบการกระทำความผิดก็ให้เชิญเจ้าบ้านมาสอบถาม เป้าหมายคือการเพิกถอนและย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง กทม. พร้อมและตั้งใจปฏิบัติงานร่วมกับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรณีแบบนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่คดีอาญาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้เต็มที่
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้อำนวยการเขตดินแดงก็รู้ว่ามีขบวนการดังกล่าวนั้น พล.ต.อ. อดิศร์ ระบุว่าปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องก็ดำเนินการไป เพราะความบกพร่องของเจ้าหน้าที่มีอยู่แล้วในเรื่องการปฏิบัติ และเจ้าหน้าที่ที่รับรองเด็กทำไมถึงไม่มีการรายงานให้ ผอ. เขตทราบ แล้วเรื่องนี้อยู่ในสายตาของผู้ว่าฯ กทม. อยู่แล้ว
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่าอาจมีหลายคำถามที่ว่าจะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ตนเองอยากยืนยันว่า 140 คนเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และการกระทำในลักษณะเช่นนี้มีอีกหลายพื้นที่ โดยการกระทำก็เกิดจากจุดที่มีเชื้อที่จะทำได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกที่จะทำแบบนี้ แต่ทุกอย่างต้องว่ากันตามข้อเท็จจริง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การปลอมเอกสาร ปลอมข้อมูลทางทะเบียน แต่เรื่องนี้เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดสิทธิที่บุคคลเหล่านี้จะเข้ามาเบียดบังทรัพยากรของคนไทย ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถขอสิทธิในการมีสัญชาติไทยได้ ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง รวมไปถึงเรื่องความมั่นคงและเรื่องเศรษฐกิจด้วย
“เรามีความยินดีต้อนรับพี่น้องต่างชาติที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบกฎหมายของประเทศไทยด้วยความยินดียิ่ง แต่หากมีใครไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติเข้าไปเกี่ยวร่วมกับกระบวนการที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ก็ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง เราไม่สนใจว่าเขาจะเป็นใคร แต่เราสนใจว่าเขาทำอะไรมากกว่า” นายวรศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย













