CRIME

ปปง. ส่งสำนวนยึดทรัพย์ 4 เครือข่าย ‘เบน สมิธ-เฉิน จื้อ’ มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ให้อัยการคดีพิเศษ ยื่นศาลสั่งทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

วันนี้ (17 ก.พ. 69) เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำโดย นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุญน้อย รองเลขาธิการ ปปง. นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. พร้อมคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการส่งมอบสำนวนคดีสำคัญจำนวน 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

นายวิทยา นีติธรรม กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากได้พิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว เห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

ในการนี้ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุญน้อย พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม และคณะ เป็นผู้แทนส่งมอบสำนวนให้แก่นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ณ ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการไทย ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

สำหรับคดีสำคัญทั้ง 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ประกอบด้วย

1.รายคดีนางสาวแตงไทยฯ กับพวก
กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยงนายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (ย. 300-302/2568 และ ย. 305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชต์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2.รายคดีนายเฉิน จื้อ กับพวก
สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยงนายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา โดยส่งสำนวนให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ (ย. 293/2568 เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3.รายคดีนายก๊ก อาน กับพวก
สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยส่งสำนวนให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ (ย. 297/2568 เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

4.รายคดีนายเอื้อ อังกูรฯ กับพวก
กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ โดยส่งสำนวนให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ (ย. 296/2568 เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในรายคดีดังกล่าว หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวมาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

Related Posts

Send this to a friend