CRIME

สตม. ร่วม ปปง. ยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากแก๊งจีน ได้เป็นครั้งแรก

สตม. ร่วม ปปง. ยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากแก๊งจีน ได้เป็นครั้งแรก พบแฮ็กข้อมูลบัตรเครดิต 25 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ (12 มี.ค. 69) ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ. ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ. ตร. พล.ต.ท. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ. ตร. พล.ต.ท. อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ. ตร. และ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ. ตร. ได้สั่งการให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

พล.ต.ท. ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะ ผบ. ศปชก.สตม. พร้อมด้วย นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช. สตม. พล.ต.ต. ภานพ วรธนัชชากุล ผบก. สส.สตม. พ.ต.อ. รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก. สส.สตม. พ.ต.อ. แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก. สส.สตม. พ.ต.อ. สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก. สส.สตม. พ.ต.อ. เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก. สส.สตม., พ.ต.อ. ชย พานะกิจ ผกก. (สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก. สส.สตม. นายปวิช พันวิไล ผอ. กองคดี 1 ปปง., ว่าที่ พ.ต.ท. โกเมน วรรณบวร สว. กก. ปอพ.บก. สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ สตม. ร่วม ปปง. ยึดทรัพย์สินแก๊งจีน แฮ็กข้อมูลบัตรเครดิตรวม 25 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

โดย ศปชก.สตม. ร่วมกับชมรมป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ทำการสืบสวนกรณีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิต (Phishing) ของผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ จากนั้นนำข้อมูลบัตรเครดิตไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยใช้บ้านแห่งหนึ่งบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ เขตบางชัน ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติค้นต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งต่อมาศาลอาญามีนบุรี อนุมัติหมายค้นที่ ค.418/2568 ให้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจค้นสามารถขยายผลไปยังตัวการที่กระทำความผิดและบ้านที่ใช้กระทำความผิดได้เพิ่มเติม คือ MR.YUPENG AN สัญชาติจีน พร้อมพบพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับข้อมูลบัตรเครดิต, โทรศัพท์มือถือที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากว่า 70 เครื่อง, ทองคำ 21 บาท, เงินสกุลดิจิทัล 264,179 USDT, รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าได้ใช้หรือได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน. บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้รายงานการจับกุมความผิดมูลฐานให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่ดำเนินการตรวจยึดตามกฎหมายต่อไป

โดยต่อมาศาลอาญามีนบุรีพิพากษาผู้ต้องหา ตามคดีแดงที่ อ.766/2569 ลงวันที่ 19 ก.พ. 69 ลงโทษจำคุก 2 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 25 รายการ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่ง ย.18/2569 ลง 11 ก.พ. 2569 ที่ทำการตรวจยึดไว้ โดยในวันที่ 12 มี.ค. 69 สตม. ได้ส่งมอบทรัพย์สินรวม 25 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากผู้ต้องหาในรูปแบบ Software Wallet แบบไม่ยืนยันตัวตน (non-Custodial wallet) จนสามารถนำส่งให้กับ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายได้สำเร็จ

สตม. ยืนยันว่า มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

Related Posts

Send this to a friend