มท.2 นำ DOPA S.W.A.T. บุกจับผับเถื่อนข้าวสาร
หลังเปิดสถานบริการยันเช้า ปล่อยเด็ก 15 ปีเข้าใช้บริการ พบฉี่ม่วง 31 ราย แฉหลักฐานจ่ายส่วยเดือนละ 1.77 แสน
วันนี้ (10 ต.ค. 69) เวลา 03.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” เข้าตรวจค้นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ “OK Bar” บนถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าลักลอบเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา และปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ รวมถึงมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะ
ก่อนการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลงพื้นที่สืบสวน พบว่าสถานประกอบการดังกล่าวตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร มีห้องโถงขนาดใหญ่ เวทีแสดงดนตรี และพื้นที่ให้บริการหลายโซน โดยจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และจัดให้มีดนตรีเพื่อความบันเทิง ขณะที่บริเวณทางเข้ามีการ์ดรักษาความปลอดภัยประมาณ 4-6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือค้นหาอาวุธก่อนให้เข้าใช้บริการ
นอกจากนี้ เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. สายได้สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร พบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีบุคคลที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานบริการ พร้อมบันทึกภาพและวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน โดยพบว่าร้านยังคงเปิดให้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงใกล้ 06.00 น.
จากการสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ยังพบผู้ใช้บริการบางรายเดินเข้าออกห้องน้ำห้องเดียวกันหลายครั้ง เมื่อตรวจสอบพบหลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้บรรจุสารเสพติด และผงสีขาวลักษณะคล้ายยาเสพติดตกอยู่บริเวณพื้นห้องน้ำ รวมถึงพบการจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะให้กับนักเที่ยวภายในร้าน
ผลการตรวจสอบฐานข้อมูลใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ไม่พบว่า OK Bar ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ แม้ลักษณะการดำเนินงานจะเข้าข่ายสถานบริการตามกฎหมาย จึงวางแผนเข้าตรวจค้นและจับกุมในเวลาประมาณ 03.30 น.
ผลการตรวจค้นพบผู้ใช้บริการอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน แบ่งเป็นชาย 20 คน และหญิง 10 คน โดยมีเยาวชนอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี จำนวน 1 คน นอกจากนี้ ยังตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย 31 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 4 คน และพนักงานของร้านซึ่งเป็นดีเจอีก 2 คน
เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืนอีก 1 กระบอก รวมถึงยาเสพติดที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นภายในร้านเป็นจำนวนมาก ตลอดจนลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานบันทึกในโทรศัพท์มือถือที่ระบุถึงการจ่ายเงินให้หลายหน่วยงาน รวมเป็นเงินเดือนละกว่า 177,000 บาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้น พนักงานฝ่ายปกครองควบคุมตัวผู้จัดการร้านส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีหลายข้อหา ได้แก่ ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม จัดโปรโมชั่นหรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงความผิดตามกฎหมายอาหารและกฎหมายยาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสถานประกอบการแห่งนี้ สำนักงานเขตพระนครเคยมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เนื่องจากพบความเสี่ยงด้านสาธารณสุข ความปลอดภัย และอัคคีภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน แต่ยังพบว่ามีการเปิดให้บริการตามปกติจนกระทั่งถูกจับกุมในครั้งนี้
กรมการปกครองจะประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 พร้อมขยายผลตรวจสอบหลักฐานการจ่ายเงินให้หน่วยงานต่าง ๆ และติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งผู้จำหน่ายและผู้ร่วมกระทำความผิด
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการและสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน โดยผู้ที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิด สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง














