ผู้ว่าฯ นนทบุรี เผยแจ้งข้อหาหนัก ‘ฉลอง’ เจตนาฆ่า ยัน ปฏิบัติตามกฎหมาย ไร้สิทธิพิเศษ
ผู้ว่าฯ นนทบุรี เผยแจ้งข้อหาหนัก ‘ฉลอง’ เจตนาฆ่า นายก อบจ.นนทบุรี ยันปฏิบัติตามกฎหมาย ไร้สิทธิพิเศษ หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ปมนั่งสูบบุหรี่ แจงผู้ต้องหาร้องขอ เหตุมีอาการเครียดหนัก มือไม้สั่น ยัน จนท.เร่งตรวจค้น ก่อนฝากขังพรุ่งนี้ เชื่อ พนง.สส.ค้านประกันตัว
วันนี้ (10 ส.ค.69) นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้หลังจากนายก อบจ.เสียชีวิต จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาใหม่ว่าเป็นการเจตนาฆ่า พยายามฆ่า และพกอาวุธปืนมาในที่สาธารณะ และใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ซึ่งต้องสอบสวนและใช้เวลา
ส่วนเรื่องการดำเนินการขณะนี้ ตำรวจมีการออกหมายศาลค้นบ้าน ว่าจะมีอาวุธปืนหรือวัตถุอื่นสำหรับใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการค้น ส่วนการดำเนินคดีต่อไปนั้น ผู้การได้ดำเนินการเร่งในการสอบสวน เพื่อที่จะให้ทันการฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้ เพราะคดีดังกล่าวมีภาพวงจรปิด มีพยาน และผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพเอง แต่ก็ยังยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทางตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมส่งฟ้องศาลและฝากขัง
สำหรับการยกระดับความปลอดภัย นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่เกิดเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี ทั้งจังหวัดนนทบุรีและทั่วประเทศ ทำ 2 ส่วน ทั้งสถานศึกษาในโรงเรียน มีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ขณะที่ภายนอก เน้นย้ำเรื่องอาวุธปืน เพราะเราไม่ได้ให้พกพาแล้ว ดังนั้นตอนนี้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจว่ามีการพกพาอาวุธปืนออกมาในที่สาธารณะหรือไม่ ก็จะมีความเข้มข้นในเรื่องนี้ในทุกพื้นที่
เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ต้องหาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น นายเชษฐา กล่าวว่า ตอนนี้ผู้ต้องหาถูกดำเนินการเหมือนผู้ต้องหาปกติทั่ว ๆ ไป แต่ที่มีภาพออกมาจากการสอบถามนั้น ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า ขณะนั้นผู้ต้องหาเครียดมาก และมีการร้องขอเพื่อผ่อนคลาย ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้เหมือนกับผู้ต้องหาทุกคน ทั้งใส่กุญแจมือเหมือนกับผู้ต้องหารายอื่น ไม่ได้สิทธิพิเศษใด ๆ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาเท่านั้น
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าการสูบบุหรี่ ผู้ต้องหาทุกคนสามารถร้องขอได้ใช่หรือไม่ นายเชษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่ กรณีนี้เป็นกรณีที่ผู้ต้องหาเครียดมาก มือไม้สั่น และผู้ต้องหาใส่กุญแจมือตลอด จากภาพที่ตำรวจเอามาให้ดู และระหว่างสอบสวนเมื่อสักครู่ก็ใส่ แต่ภาพที่ออกไปอาจจะเป็นแบบจังหวะช่วงแรกแต่ตอนนี้ได้เน้นย้ำไปว่านายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินคดีและให้ปฏิบัติเหมือนผู้ต้องหาทั่วไป
นายเชษฐา กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการเพิกถอนใบอนุญาตปืนอีกหลายกระบอก โดยตามกฎหมายปืนที่ใช้กระทำความผิดก็ต้องมีการเพิกถอน แต่มาตรการเรื่องการพกพาอาวุธปืนก็ต้องมีความเข้มข้น และมีกี่กระบอกตำรวจก็กำลังไปดู ส่วนจะยกเลิกใบอนุญาตทั้งหมดหรือไม่นั้น ก็ต้องดูทั้งปืนที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย หรือพฤติกรรมอื่น
ส่วนประเด็นในการนำเงินไปใช้ในการเลือกตั้งคงว่าการไปตามกฎหมาย ต้องให้ กกต.เป็นผู้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวอยู่แล้ว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์













