คกก.จริยธรรมสภา กทม.ประชุมปม ส.ก.เสียบบัตรแทนกันนัดแรก ลุยเช็กเอกสาร-ดูกล้องวงจรปิด
คกก.จริยธรรมสภา กทม.ประชุมปม ส.ก.พรรคประชาชนเสียบบัตรแทนกันนัดแรก ลุยเช็กเอกสาร-ดูกล้องวงจรปิด พบความผิดชัดเจน จ่อเชิญ ‘ศรีสุวรรณ-ภัทรศักดิ์’ เข้าแจง 25 พ.ย.นี้
วันนี้ (30 ต.ค. 69) ภายหลังการคณะกรรมการจรรยาบรรณสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเปิดเผยว่าคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ นัดประชุมคณะกรรมการจรรยาบรรณเป็นนัดแรก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.ยานนาวา พรรคประชาชน กดปุ่มลงคะแนนในช่องของนายไซราม ประกายกิจ ส.ก.สาทร พรรคประชาชน ระหว่างการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครที่เสนอโดยนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ ได้ร่วมกันพิจารณาเอกสารและพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ ทั้งฝ่ายผู้ร้องเรียนคือนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดินที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหาผู้ถูกร้องคือนายภัทรศักดิ์ กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2559 โดยออกเสียงคะแนนแทน ส.ก.คนอื่น
ทั้งนี้คณะกรรมการจรรยาบรรณฯ นัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เพื่อให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องแถลงชี้แจงต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ อีกครั้ง จากนั้นคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ จะนัดประชุมอีกครั้งเป็นนัดสุดท้ายเพื่อพิจารณาความผิดซึ่งมี 2 ทางคือความผิดไม่ร้ายแรงจะนำไปสู่การว่ากล่าวตักเตือนในสภากรุงเทพมหานคร และความผิดร้ายแรงซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนที่เพื่อนสมาชิก ส.ก.สามารถรวบรวมชื่อเกินครึ่งหนึ่งของสภา กทม.หรือ 25 คนเสนอญัตติให้ถอดถอนได้ เมื่อมีการเสนอญัตติให้ถอดถอนจะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา กทม.ในการโหวตถอดถอน และหากโหวตถอดถอนแล้วจึงจะสิ้นสภาพการเป็น ส.ก.
รายงานข่าวระบุว่าจากการตรวจสอบคลิปภาพกล้องวงจรปิดคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ หลายคนเห็นว่าพฤติกรรมของนายภัทรศักดิ์มีความผิดชัดเจน อีกทั้งนายภัทรศักดิ์ได้ลุกขึ้นยอมรับต่อที่ประชุมว่าตนเองเป็นผู้กดบัตรลงคะแนน 2 เครื่องพร้อมกันจริง ขณะที่นายไซรามยอมรับว่าตนเองไม่ได้เข้ามาโหวตในวาระดังกล่าว อย่างไรก็ตามการเสียบบัตรแทนกันถือเป็นความผิดที่สำเร็จแล้วและเคยมีบรรทัดฐานจากกรณี สส.ที่ศาลมีคำสั่งจำคุกมาแล้ว














