BANGKOK

‘วิศณุ’ แจง คันกั้นน้ำสายไหมแค่ล้นไม่ได้แตก

เร่งกู้เคหะคลองจั่นระบายน้ำ ค้างสะสม 3 แสนลูกบาศก์เมตร ยอมรับลาดกระบังยังวิกฤต

วันนี้ (30 ก.ย. 69) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า สถานการณ์น้ำเหนือและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากปริมาณน้ำที่ปล่อยลงมารวมกับน้ำฐานยังอยู่ต่ำกว่าระดับเขื่อนกั้นน้ำที่สามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร อย่างไรก็ตามขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำหรือจุดที่มีรอยซึมและรอยรั่วเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก สถานการณ์ระดับน้ำในคลองแสนแสบปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้คลองสายย่อยและพื้นที่ระบายน้ำลงคลองแสนแสบเริ่มระบายน้ำได้ดีตามไปด้วย สภาพการจราจรบนถนนสายหลักอย่างถนนรามคำแหงรถเล็กสามารถสัญจรผ่านได้ตลอดเส้นทางไปจนถึงช่วงมอเตอร์เวย์และวงแหวน ส่วนถนนลาดพร้าวสถานการณ์ดีขึ้นมาก คงเหลือเพียงจุดท่วมขังบริเวณซอยลาดพร้าว 130 ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำออก โดยจากการตระเวนตรวจพื้นที่ช่วงเวลา 03.00-04.00 น. พบว่ารถยนต์เริ่มกลับมาสัญจรได้มากขึ้น

สำหรับปฏิบัติการกู้พื้นที่วิกฤตอย่างเคหะคลองจั่น ซึ่งประเมินว่ามีปริมาณน้ำค้างสะสมถึง 300,000 ลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่ระบายน้ำได้ยากเนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ลึกและระบบท่อเดิมระบายน้ำออกยาก ประกอบกับช่วงแรกไม่สามารถเดินเครื่องสถานีสูบน้ำริมคลองแสนแสบ 2 แห่งบริเวณข้างสถาบันนิด้าและข้างเขตบางกะปิได้ เพราะระดับน้ำในคลองแสนแสบยังสูง หากสูบน้ำออกไปน้ำจะไหลย้อนกลับ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลงจึงเริ่มเดินเครื่องสูบน้ำได้

เจ้าหน้าที่เริ่มติดตั้งเครื่องสูบน้ำในช่วง 03.00-04.00 น. ซึ่งผ่านไปเพียง 2 ชั่วโมงระดับน้ำลดลงประมาณ 50 เซนติเมตร พร้อมปรับแผนใช้การสูบน้ำจากคลองจั่นขึ้นมาปล่อยบนผิวถนน เพื่ออาศัยระบบท่อระบายน้ำบนถนนที่ทำงานได้ดีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้รับการสนับสนุนกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ และท่อซิ่งจากกรมชลประทาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ส่วนโซนลาดกระบังและศรีนครินทร์สถานการณ์ยังคงหนัก เนื่องจากพื้นที่รอบคลองประเวศบุรีรมย์ระบายน้ำได้ช้ากว่า เพราะต้องพึ่งพาระบบดึงน้ำและทดน้ำเข้าช่วย แตกต่างจากคลองแสนแสบที่มีอุโมงค์ระบายน้ำ ส่วนโซนสายไหมและสะพานใหม่ประสานงานทยอยปล่อยน้ำ โดยเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ขึ้น 10 เซนติเมตร เพื่อควบคุมระดับน้ำและประคองสถานการณ์ร่วมกับจังหวัดข้างเคียง สำหรับแผนการจัดการน้ำเน่าเสียตามชุมชน กรุงเทพมหานครใช้หลักการดึงน้ำจากคลองสายหลักลงก่อน ตามด้วยถนนสายหลัก และเมื่อถนนแห้งจึงจะส่งทีมเข้าไปสูบระบายน้ำออกจากซอย หมู่บ้าน และชุมชนต่าง ๆ

นายวิศณุ ชี้แจงกรณีคันกั้นน้ำสายไหมว่า ไม่ได้แตก เป็นเพียงน้ำล้นคันกั้นน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงเรียบร้อยแล้ว ส่วนการพร่องน้ำเป็นนโยบายหลักที่กรุงเทพมหานครดำเนินการตลอดช่วงฤดูฝนโดยไม่ต้องรอพยากรณ์อากาศ โดยรักษาระดับน้ำให้ต่ำที่สุดเท่าที่ไม่กระทบต่อประชาชนสองฝั่งคลอง

ขณะที่กรณีสถานีสูบน้ำพระโขนง นายวิศณุ ยืนยันว่า เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง แต่น้ำเดินทางมาช้าเนื่องจากคลองประเวศบุรีรมย์มีลักษณะคดเคี้ยวแบบไส้ไก่ ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้ผู้รับจ้างเตรียมก่อสร้างอุโมงค์รับน้ำบริเวณวัดมหาบุศย์ เพื่อดึงน้ำตรงเข้าสถานีสูบน้ำและลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว

นายวิศณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประเมินผลงานต้องปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แต่ด้านการวางแผนถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย คือมุ่งเน้นระบายน้ำในคลองสายหลักให้ลดลงก่อน เพื่อให้คลองสายย่อยและซอยต่าง ๆ ระบายน้ำตามลงมาได้ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานกำลังร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ

Related Posts

Send this to a friend