BANGKOK

‘ชัชชาติ’ หาเสียงข้าราชการ ก.คลัง ปิ๊งไอเดียคืนชีพห้องแถว เป็นศูนย์ผลิตผู้ประกอบการรายใหม่

‘ชัชชาติ’ ตลาดแตกหาเสียงข้าราชการ ก.คลัง ฝากโบรชัวร์ให้ ‘เอกนิติ’ ปิ๊งไอเดียคืนชีพห้องแถว เป็นศูนย์ผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ ปีละพันคน หวังพัฒนาเศรษฐกิจเมืองให้คึกคัก

วันนี้ (19 มิ.ย.69) เวลา 13.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ซึ่งนายชัชชาติ ได้ทักทายข้าราชการกระทรวงการคลังคนหนึ่งที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงพักกลางวัน ว่า ทำงานกับใคร ซึ่งข้าราชการคนดังกล่าวระบุว่า “ทำงานกับท่านเอกนิติ” นายชัชชาติ จึงกล่าวว่า “ฝากทักทายพี่เอกด้วย” พร้อมกับฝากแผ่นพับหาเสียงที่ระบุนโยบายไปให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังมีแม่ค้านำดอกกุหลาบสีชมพูมามอบให้กำลังใจระหว่างเดินหาเสียง ส่วนพ่อค้าร้านขายข้าวแกงได้นำเอาดอกกุหลาบสีแดงและกับข้าวเมนู “ไก่ใต้น้ำ” มามอบให้กำลังใจระหว่างลงพื้นที่ด้วย

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ ยังได้พบกับนายนที ศิริธรรมวัฒน์ ผู้สมัคร สก กลุ่มคนทำงาน เขตพญาไท ซึ่งนายชัชชาติ ได้ถามว่า “เดินหมดหรือยัง” นายนที ตอบว่า “เกือบแล้วครับ 80% แล้ว”

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเศรษฐกิจของเมือง หากดูกรุงเทพมหานครจะมีเศรษฐกิจที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์คือ ห้องแถวมากกว่า 450,000 ห้อง หรือคิดเป็น 22% ของอาคารทั้งหมด หลายห้องไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพราะติดข้อกฎหมาย อยากจะดัดแปลงเป็นอาคารพาณิชย์ ทำธุรกิจการค้า หรือโรงแรมก็มีปัญหาขัดข้องหลายเรื่อง เช่น ที่จอดรถ การเว้นระยะ ระยะย่น ความสูงของอาคาร ทำให้เราไม่สามารถนำพื้นที่พวกนี้มาใช้ได้อย่างมีประโยชน์ เป็นจุดที่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส เพราะปัจจุบันกระบวนการขอดัดแปลงอาคารมีความยากกว่าการขออาคารใหม่ เพราะต้องใช้กฎระเบียบที่อาจจะไม่ทันสมัย

นโยบายที่จะทำคือ พยายามจะปรับข้อบัญญัติที่ล้าสมัยเพื่อให้สามารถนำห้องแถวเก่า 400,000 กว่าหน่วยมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น ที่จอดรถอาจจะไม่จำเป็น เพราะปัจจุบันห้องแถวอยู่ใกล้รถไฟฟ้า หรือการเพิ่มความสูงของอาคารในแต่ละชั้น โดยได้นำข้อบัญญัติดังกล่าวเข้าสภา กทม. ชุดที่แล้วแต่ยังไม่ผ่าน ซึ่งเราจะผลักดันต่อเพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ให้มีพื้นที่อยู่อาศัยใกล้กับงานมากขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า หากนำพื้นที่ห้องแถวมาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหรือเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ก็จะเพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครก็มีห้องแถวเก่าอยู่ที่ซอยสวนมะลิ ประมาณ 40 ห้อง ที่คดีความเพิ่งจบไป จึงมีแนวคิดนำตึกแถวเหล่านี้กลับคืนมา โดยมีจุดมุ่งหมายทำเป็นศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจใหม่ของคนเมือง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่อาจจะมีประสบการณ์ไม่มาก มีพื้นที่การเรียนรู้เทคโนโลยี ใช้เป็นศูนย์บ่มเพาะทดลอง มีพื้นที่ทดลองขาย ทดลองทำโซเชียลมีเดีย มีครัวกลางให้ทำอาหารและนำของมาขายด้านล่างอาคาร กลายเป็นศูนย์ผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ของกรุงเทพมหานคร คาดว่าศูนย์นี้เสร็จแล้วจะสามารถผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ได้อย่างน้อยปีละ 1,000 คน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาเศรษฐกิจเมืองโดยไม่ต้องลงทุนมาก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมชัชชาติ มีนโยบายทั้งสิ้น 260 นโยบาย จาก 251 นโยบายในวันเปิดตัว เช่น มีที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มให้กับไรเดอร์ หรือการประกาศสงครามกับหนู ซึ่งจะเลือกพื้นที่สุขุมวิทและสีลมเป็นพื้นที่ทดสอบ โดยจะต้องไม่ให้ขยะอยู่บนถนนนาน ทิ้งและจัดเก็บภายใน 1 ชั่วโมง หรือต้องทิ้งอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนหน้านี้เรามีนโยบายในการทำเป็นตะแกรงเหล็ก แต่เมื่อใช้แล้วคนไม่ค่อยชอบเพราะไม่ค่อยสะดวก จึงต้องยกเลิกโครงการนี้ไป

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส มีความพยายามจะเปิดเผยข้อมูลเรื่องภาษีป้ายและภาษีที่ดิน เพื่อให้รู้ว่ามีการจัดเก็บแค่ไหน ซึ่งยังมีข้อจำกัดเรื่อง PDPA ที่จะต้องปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่ามีแอบใต้โต๊ะหรือไม่ รวมถึงการขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารใหม่ในอนาคตจะให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชัน แม้ปัจจุบันจะมีกระบวนการแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ค่อยชิน จึงพยายามจะให้การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารใหม่ทั้งหมดเข้าสู่ระบบออนไลน์เหมือนการยื่นภาษี โดยบังคับระยะเวลาในการออกใบอนุญาตให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะเป็นนโยบายใหม่ที่เพิ่มขึ้น

“นโยบายกรุงเทพมหานครเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิต เปลี่ยนไปตามสถานการณ์เรื่อย ๆ จะได้ตอบโจทย์ของประชาชนได้”

Related Posts

Send this to a friend