‘กสทช.’ ควง ‘ทรู’ ลงพื้นที่ 3 จังหวัด ตรวจเข้มการลงทะเบียนซิมการ์ด หวังสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.69 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ให้บริการและตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เพื่อติดตามและประเมินผลการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หวังยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามประกาศสำนักงาน กสทช.เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ถูกต้องครบถ้วน โดยบริษัทนำเสนอขั้นตอนการลงทะเบียนและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การกำกับดูแลของภาครัฐมีประสิทธิภาพ และเตรียมนำผลการประเมินไปยกระดับมาตรฐานการให้บริการต่อไป
สำหรับการลงพื้นที่ นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมร่วมกับคณะ กสทช.ซึ่งมี พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมและความมั่นคงของรัฐ และกรรมการ กสทช.ด้านกฎหมาย รวมถึง นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช.ร่วมลงพื้นที่ ณ ทรู ช็อป เซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงจังหวัดสมุทรสงคราม และเพชรบุรี เพื่อติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานจริง ครอบคลุมกระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตน การลงทะเบียนเลขหมาย การจัดเก็บข้อมูล และขั้นตอนการปฏิบัติงานของศูนย์บริการ
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกที่ กสทช.ให้ความสำคัญ เพื่อให้การลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้ โดยมุ่งตรวจสอบการปฏิบัติงานจริงของศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบยืนยันตัวตนจนถึงการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร ระบุเพิ่มเติมว่า กสทช.จะติดตามและบูรณาการความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกระบวนการลงทะเบียนซิมการ์ดให้มีมาตรฐาน รัดกุม และตรวจสอบได้ เนื่องจากการลงทะเบียนที่ถูกต้องเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องทางที่มิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะนำเลขหมายโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ผิด และช่วยป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและประเทศ
ด้าน นายนฤพนธ์ เปิดเผยว่า บริษัทให้ความร่วมมือกับสำนักงาน กสทช.อย่างต่อเนื่องในมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบ ยืนยันตัวตน ลงทะเบียนเลขหมาย และจัดเก็บข้อมูล เพื่อให้ทุกกระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และตรวจสอบได้ พร้อมกำกับดูแลมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บุคลากรและตัวแทนจำหน่ายเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง
นายนฤพนธ์ กล่าวด้วยว่า การป้องกันการนำเลขหมายโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ผิดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงพร้อมสนับสนุนมาตรการของภาครัฐและร่วมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ลดความเสี่ยงจากการนำเลขหมายไปใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และร่วมสร้างระบบนิเวศโทรคมนาคมที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยผ่านระบบป้องกันภัยไซเบอร์อัตโนมัติ ซึ่งช่วยบล็อกลิงก์และเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงจากข้อความสั้นหรือการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงเว็บไซต์อันตรายของกลุ่มลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม













