KNOWLEDGE

นวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุนเด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

กสศ. ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จับมือ 66 สถาบันการศึกษาบ่มเพาะนักศึกษาทุนเกือบห้าพันคน ค้นหาเด็กเรียนดีแต่ยากจนให้ได้ศึกษาต่อในสายอาชีพ

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมนักเรียนนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมีโอกาสศึกษาต่อสายอาชีพ โดยร่วมกับสถานศึกษาสายอาชีพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ และสร้างโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสได้เรียนต่อสายอาชีพ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และความต้องการตลาดแรงงานในประเทศ

“ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครูมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างบุคลากรทางการศึกษา และยังช่วยให้การลงทุนเกิดผลคุ้มค่าไม่เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า กสศ. เป็นเพียงกองหนุนไม่ใช่กองหน้า แต่จะร่วมผลักดันขยายผลให้กว้างขวางให้เกิดผลสำเร็จ เพราะทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ ไม่ได้ทำแค่ 1-2 ปีเท่านั้น แต่มีเป้าหมายระยะยาวที่จะเดินหน้าขยายผล เกิดการเรียนรู้ และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ” นายสุภกร กล่าว

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จากการทำงานของ กสศ. ที่ผ่านมา สามารถสรุปออกมาได้ 4 ประเด็นสำคัญที่ส่งผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการการทำงานที่ผ่านมา ได้แก่ 1.กสศ.เข้าใจความเป็นมนุษย์และเข้าใจสภาพแวดล้อมของเด็กที่ยากจน
2.นำหลักการของยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ
3.เจาะลึกเข้าถึงพื้นที่ที่มีปัญหาจริง และ
4.ใช้การศึกษาเพื่อให้เกิดไอเดียและนวัตกรรมนำไปสู่การประกอบอาชีพได้

ซึ่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยินดีให้การสนับสนุนกสศ.และต่อยอดโครงการเพิ่มเติม

นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่า ทางสถาบันการศึกษาและนักศึกษาอาชีวะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ตรงกับวัตถุประสงค์ของ กสศ. ที่มุ่งจะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตไปอยู่ในสังคมได้อย่างสง่าเสริม มีศักดิ์ศรี และได้ตอบแทนบุญคุณประเทศชาติ ดังนั้นการรับทุนนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกของการช่วยเหลือ แต่สถานศึกษาต้องมีกระบวนการที่จะทำให้เด็กได้ไปถึงฝั่งฝันและไม่หลุดออกนอกระบบกลางคัน เพราะหากเรามองไปที่เด็กที่เรียนสายอาชีวะ เชื่อว่าจะมีเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสเกินกว่าร้อยละ 80 จึงต้องมีกองทุนแบบนี้มาช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาศักยภาพให้สมบูรณ์ ถือเป็นการเติมเต็มสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับ

“วันนี้กำลังพลในด้านของช่างเทคนิค ช่างเทคโนโลยีขาดแคลนมาก ขาดแคลนจนไปกระทบกับภาคอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท ส่งผลให้ทุกหน่วยงานออกมาเรียกร้องให้ผลิตคนสายอาชีวะให้เยอะขึ้น แต่ผู้ปกครองมองภาพลักษณ์อาชีวะในด้านลบ เมื่อคนมองข้ามก็จะไม่ส่งลูกหลานมาเรียนสายอาชีวะ เราจึงต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อที่จะกอบกู้ความรู้สึกเหล่านี้ ว่าการเรียนสายอาชีวะไม่ได้ด้อยค่า ปัจจุบันเรามีสายนวัตกรรมอาชีพมากมายที่ได้ค่าตอบแทนสูง” นายณรงค์  กล่าว

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

 ขณะที่ ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ระบบทุนการศึกษาในประเทศไทยใช้ระบบทุนสากล ที่ส่งเสริมให้ทุนการศึกษาเด็กตั้งแต่แรกเกิด แต่เมื่อเด็กต้องการศึกษาขั้นสูง การให้ทุนจะมีข้อจำกัดมากขึ้นทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่ง ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. เป็นทุนที่รวมระบบนิเวศทั้งหมดไว้ด้วยกัน ช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและช่วยให้สถาบันอาชีวศึกษามีนักศึกษาเพิ่มขึ้น

ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

ในปี 2562-2563 มีสถานศึกษาสายอาชีพ จำนวน 66 แห่ง ใน 40 จังหวัด มีนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่น 1 และ 2 รวมจำนวน 4,890 ทุน โดยรุ่นที่ 1 พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เด็กที่ได้รับทุนมีผลการเรียนดีมีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.00 หรือกว่าร้อยละ 67 แต่ยังมีเด็กที่รับทุนมีความเปราะบางและภูมิต้านทานต่ำ เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคเช่น เรื่องการปรับตัว ฯลฯ ก็จะหมดกำลังใจเรียนต่อ ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครูจึงมีส่วนสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคันได้ โดย กสศ. ยังได้ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือดูแลปัญหาสภาพจิตใจของเด็กกลุ่มเหล่านี้ เพื่อให้สามารถมีพลังในการเรียนต่อจนจบหลักสูตรได้ ทั้งนี้หากเด็กสามารถเรียนจบตลอดหลักสูตรตามเป้าหมายที่วางไว้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

Related Posts