KNOWLEDGE

ประเทศกลุ่มอาเซียน มีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองรายงานการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติประเทศไทย สู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF)

ในการประชุม คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ครั้งที่ 7 และการประชุมเชิงปฏิบัติการ (The Seventh AQRF Committee Meeting and Workshop) ระหว่าง วันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2562 ณ เมืองยอกยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมีผู้แทนจากประเทศไทยมีตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วย

การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญเกี่ยวกับประเทศไทย คือการรับรองรายงานการเทียบเคียง กรอบคุณวุฒิแห่งชาติของประเทศไทย (National Qualification Framework) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (ASEAN Qualification Reference Framework) หรือ AQRF

จากการประชุมที่ผ่านมาประเทศสมาชิกอาเซียนได้เรียนรู้ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเขียนรายงานตามแนวทางและเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ได้กำหนดไว้ทั้งหมด 11 เกณฑ์ โดยมุ่งเน้นให้เห็นความสำคัญและประโยชน์ของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ส่งเสริมให้เกิดการรับรองคุณวุฒิ กระตุ้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาไปสู่การเรียนรู้ตามอัธยาศัย สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้เรียนและแรงงาน สร้างความเข้าใจที่ดีด้านระบบคุณวุฒิในทุกมิติ ตลอดจนการส่งเสริมให้ระบบคุณวุฒิมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจในการรับรองคุณวุฒิต่างๆ ทั้งในภาคการศึกษาและแรงงาน

ล่าสุด คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนมีมติเอกฉันท์ 9:0 (ประเทศไทยงดออกเสียง) ได้รับรองรายงานการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติของไทย สู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ซึ่งคณะทำงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้กำหนดขั้นตอนและกระบวนการอย่างละเอียดในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยภาคการศึกษา ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กรมเจรจาการค้า กรมอาเซียน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนภาคพัฒนากำลังคน มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดทำข้อมูลตาม 11 เกณฑ์อย่างมีหลักการและมีส่วนร่วม

สำหรับการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนจะส่งผลต่อการหมุนเวียนกำลังคนทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งกำลังคนในอาชีพ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มโอกาส มูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศสมาชิก

ขณะที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เตรียมพร้อมนำกรอบคุณวุฒิวิชาชีพที่ได้ดำเนินการเทียบเคียงสู่กรอบคุณวุฒิแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นมาใช้ดำเนินการ เพื่อให้ทุกประเทศเชื่อมั่นในการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และหนังสือรับรองมาตรฐานอาชีพจาก สคช. ว่าสามารถเทียบเคียงและเป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน และ สคช. ยังพร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับสมรรถนะกำลังคนอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เพราะสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่นี่มืออาชีพ

Related Posts