FEATURE

เสียงแม่โขง: เบื้องหลัง ‘ฮุน เซน’ เดินเกมการทูตไวรัสอู่ฮั่น

สื่อตะวันตกยังแอบทึ่งกับแผนการเดินทางไปจีนของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ไปเยือนจีน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนกำลังต่อสู้อยู่กับไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่น

มิพักต้องพูดถึงสื่อจีน ต่างพากันยกย่องสมเด็จฮุน เซน ที่แสดงความกล้าหาญ เดินทางมาให้กำลังใจประชาชนจีน และนี่เป็นจุดแข็งของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำให้เขารบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มายาวนานกว่า 35 ปี

สำหรับประโยค “A friend in need is a friend in deed” ทีี่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวต้อนรับ    สมเด็จฮุน เซนนั้น สื่อตะวันตกบางสำนักไม่ทราบเบื้องหลัง จริงๆ แล้ว สมเด็จฮุน เซน ได้โพสต์บทกวีโรมัน “A friend in need is a friend in deed” (เพื่อนแท้ในยามยาก) ไว้ใน แฟนเพจ Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister ตั้งแต่ก่อนไปประชุมที่เกาหลีใต้ สี จิ้นผิงก็คงได้อ่าน จึงนำมากล่าวทักทายนายกฯฮุน เซน เพื่อตอกย้ำความเป็นมิตรแท้

สมเด็จฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีไม่กี่คนในอาเซียน ที่ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสื่อสารส่งข่าวถึงประชาชนโดยตรง ดังนั้น เกมการทูตไวรัสอู่ฮั่นของนายกฯฮุน เซน สามารถติดตามไปทางแฟนเพจ Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister แบบเรียลไทม์

นโยบาย 2 ไม่

28 ม.ค.2563 กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชายืนยัน พบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่ารายแรกในประเทศ โดยเป็นชายชาวจีนที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน และพักอาศัยอยู่ในสีหนุวิลล์

ความหวาดกลัว ความตื่นตระหนกของคนเขมร ก็ไม่ต่างจากคนชาติอื่น เมื่อได้ทราบข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น สมเด็จฮุน เซน จึงต้องปลุกเร้าประชาชนอย่าได้ตื่นกลัวจนเกินเหตุ ระหว่างการไปบรรยายในงานแห่งหนึ่ง นายกฯฮุน เซน พูดว่า ขอให้เชื่อมั่นในการแพทย์ของเรา ไม่ต้องกลัวไวรัส ดูตัวอย่างจากเขา ไม่เห็นจะต้องคาดหน้ากากอนามัย

มิเพียงเท่านั้น ยังใช้ แฟนเพจ Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่น ไม่ปิดประเทศ ยังต้อนรับคนจีน และไม่อพยพนักศึกษา หรือเจ้าหน้าที่กงศุลและทูตกลับกัมพูชา

จีนเป็นเพื่อนของเรา กำลังเผชิญวิกฤตไวรัสอู่ฮั่น กัมพูชามิอาจทิ้งเพื่อนได้ ส่วนภายในประเทศ ขอให้ชาวกัมพูชา “อย่าเลือกปฏิบัติกับคนจีน”

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

หนีไวรัสไม่พ้น

หลายประเทศ ก็เผชิญกับสถานการณ์ไวรัสการเมือง รัฐบาลมักจะตกเป็นจำเลย ในการบริหารจัดการแก้ไขวิกฤตโรคระบาด ยิ่งยุคสมัยสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียครองเมือง ทั้งข่าวจริง ข่าวปลอม สับสนปนเป

สมเด็จฮุน เซน ก็หนีไม่พ้น ถูกอดีตสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พีวิจารณ์ว่า ทอดทิ้งลูกหลานให้เสี่ยงอันตรายอยู่ในเมืองจีน และทำไมจึงปล่อยให้คนจีนเดินทางเข้าออกอย่างเสรี

ดูเหมือนสมเด็จฮุน เซน จะไม่สนใจคำวิจารณ์จากฝ่ายตรงข้าม กลับเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดสหพันธ์สันติภาพโลกสากล ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ วันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2563

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชารายงานว่า มีนักศึกษากัมพูชาที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น 23 คน โดยทางการจีนรับปากจะดูแลให้ทั้งเรื่องอาหารการกิน และเรื่องการตรวจสุขภาพ

ระหว่างที่นายกฯฮุนเซนอยู่เกาหลีใต้ เสียงสะท้อนจากผู้ปกครองนักศึกษาเขมรที่อยู่ในอู่ฮั่น เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆพวกเขาคิดถึงลูกหลาน อยากเห็นหน้าใจจะขาด

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ขอไปอู่ฮั่น

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 สมเด็จฮุน เซน จึงใช้แฟนเพจนายกฯ แจ้งข่าวว่า ตนเองได้ติดต่อไปยังทางการจีน จะเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น เพื่อเยี่ยมนักศึกษาเขมร ตนเคยเป็นนักรบ ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่กลัวไวรัสอู่ฮั่น

ลึกๆ แล้ว นายกฯ ฮุนเซนก็รู้ ทางการจีนไม่ให้ไป แต่การออกข่าวจะไปเมืองอู่ฮั่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและบรรเทาความห่วงหาลูกๆ ของผู้ปกครองนักศึกษาเขมรกลุ่มนั้น

ตกค่ำวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบกลับมาว่า ไม่สะดวกที่จะให้สมเด็จฮุน เซน เดินทางไปเมืองอู่ฮั่นในช่วงนี้ สื่อตะวันตกรู้ข่าว ก็พาดหัวข่าวเสียดเย้ยนายกฯ กัมพูชาว่า “จีนเบรกฮุนเซน”

ในโซเชียลฝ่ายพรรคซีเอ็นอาร์พีได้ที ก็ถล่มนายกฯ ฮุนเซนว่าเป็น “คนป่วย” และวิจารณ์ว่า ผู้นำเมืองขึ้นจีนก็ต้องเจอแบบนี้ 

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.ท.ฮุน มาเน็ต ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี จีน

พลิกเกมไปจีน

ตอนสายวันที่ 5 ก.พ.2563 สมเด็จฮุน เซน แถลงผ่านแฟนเพจนายกฯ ฮุน เซน ว่า ตนเองไม่ได้ไปเมืองอู่ฮั่น เพื่อเยี่ยมนักศึกษาเขมร 23 คนแล้ว เพราะกระทรวงต่างประเทศจีน ไม่สามารถจัดให้ตนเองไปเมืองอู่ฮั่นได้

อย่างไรก็ตาม สมเด็จฮุน เซน มีแผนการเดินทางออกจากกรุงโซล ไปกรุงปักกิ่งเพื่อพบผู้นำจีน มิทันที่สื่อตะวันตกจะเปลี่ยนข่าว “จีนเบรกฮุนเซน” เครื่องบินเช่าเหมาลำ ก็พานายกฯ ฮุน เซน ถึงกรุงปักกิ่งแล้ว

ภาพของหวังอี้ รมต.ต่างประเทศจีน มาให้การต้อนรับนายกฯ กัมพูชาอย่างอบอุ่น ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า สมเด็จฮุน เซน จะมาเยือนในยามวิกฤตเช่นนี้

หลายคนไม่ทราบว่า สำนัก Fresh News ของจีน ได้เปิดเวบไซต์และแฟนเพจข่าวภาษาเขมร หากอยากทราบความเคลื่อนไหวของนายกฯ ฮุน เซน อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอสำนักข่าวตะวันตก ก็ติดตามสำนักนี้

ภาพแรกบนแผ่นดินจีน คือภาพรัฐมนตรีหวังอี้เข้าไปต้อนรับสมเด็จฮุนเซนแบบชิดใกล้ ก็มาจาก Fresh News หลังจากนั้น แฟนเพจ Hun Manet ได้โพสต์ภาพสมเด็จฮุน เซน ยืนเคียงข้าง สี จิ้นผิง และมี พล.ท.ฮุน มาเน็ต ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา

ภาพนั้นเอง จึงทำให้คนเขมรทราบว่า สมเด็จฮุน เซน ได้พา พล.ท.ฮุน มาเน็ต ร่วมคณะมาด้วย และเขาได้พาลูกชายคนโตไปแนะนำตัวกับประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ว่า เป็นผู้ที่ให้กำลังใจชาวจีนมาตลอด

สี จิ้นผิง บอกยังนายกฯ ฮุนเซนว่า เรื่องนักศึกษาเขมรในเมืองอู่ฮั่น ไม่ต้องกังวล จีนจะดูแลนักศึกษาเขมรเหมือนพวกเขาเป็นลูกหลานคนจีน

นอกเหนือจากคำพูดเชิงการทูตเรื่องจีน-กัมพูชา คู่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน สิ่งที่นายกฯ ฮุนเซน ต้องการก็คือคำมั่นสัญญาจากปากผู้นำจีน ว่าจะดูแลนักศึกษาเขมร 23 คนเป็นอย่างดี

นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน

ในเวลาอันจำกัด สมเด็จฮุน เซน ได้ประชุมปรึกษาหารือข้อราชการกับ นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และเมื่อเจอหน้านายกฯ หลี่ ที่เพิ่งกลับจากอู่ฮั่น นายฯ ฮุนเซน พูดว่า ถ้ามาเมืองจีน เขาจะไม่สวมหน้ากากอนามัยแม้เพื่อนชาวจีนจะเตรียมหน้ากากอนามัยไว้ให้เขาก็ตาม แถมเขายังกล้าสัมผัสมือกับนายกฯ หลี่ ทั้งที่รู้ว่าตัวนายกรัฐมนตรีจีนเพิ่งกลับจากอู่ฮั่น

แม้ตัวเขาเองไม่ได้ไปเมืองอู่ฮั่น แต่การได้พบกับนายกฯจีน ที่ไปดูสถานการณ์ที่อู่ฮั่น ก็ทำให้นายกฯกัมพูชานำเอาภาพการจับมือกับหลี่ เค่อเฉียง มาบอกกับคนเขมรว่า ไวรัสโคโรนาไม่น่ากลัว

ค่ำแล้วที่ปักกิ่ง สมเด็จฮุน เซน ออกจากหอประชุมสภาประชาชน เดินฝ่าละอองหิมะและความหนาวไปขึ้นรถยนต์ ตรงไปสนามบิน เดินทางกลับกัมพูชา พร้อมชัยชนะทางการเมือง

ชน บทจร

ชน บทจร

The Reporters

Related Posts