เด็กโรงเรียนบ้านสบเมยกว่า 200 ชีวิตเดินรณรงค์วันสากลเพื่อปกป้องแม่น้ำ
เรียกร้องนายกฯเร่งตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน ทำแผนฟื้นฟู จัดหาน้ำสะอาด ใช้กลไกระหว่างประเทศยุติเหมืองก่อให้เกิดสารปนเปื้อน
วันนี้ (14 มี.ค.69) เด็กนักเรียนจากโรงเรียนบ้านสบเมย จ.แม่ฮ่องสอนกว่า 200 ชีวิต เดินเท้าจากโรงเรียนมาที่ริมหาดสาละวิน เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี วันหยุดเขื่อนโลก วันสากลเพื่อปกป้องแม่น้ำ
ตลอดทางเด็ก ๆ ได้ร้องเพลง Salwin in the world พร้อมกับชูป้ายข้อความรณรงค์ปกป้องแม่น้ำ 3 ภาษา และผูกผ้าโพกหัวไม่เอาเขื่อน, No Dam และ Save Salwin จากนั้นชาวบ้านได้ทำพิธีสืบชาตา เลี้ยงผีน้ำสาละวินตามความเชื่อของพี่น้องชาติพันธุ์ที่นับถือแม่น้ำสาละวินเป็นเหมือนจิตวิญญาณ ในพิธีสืบชาตาชาวบ้านจะล้มหมู 1 ตัว พร้อมกับรินเหล้า โดยมี 2 ตระกูลดั้งเดิมของบ้านสบเมยเป็นผู้ทำพิธีขอขมาในสิ่งที่ล่วงเกิน ขอให้ชาวบ้านอยู่ร่มเย็น และคุ้มครองสัตว์บกสัตว์น้ำ ก่อนจะปล่อยแพที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า Rights of Rivers หรือ “สิทธิแม่น้ำ สิทธิชุมชน”
นายพิชฌากรณ์ โลกา คุณครูโรงเรียนบ้านสบเมย เปิดเผยว่า แม้ตนเองจะไม่ใช่คนบ้านสบเมย แต่ก็เติบโตมากับแม่น้ำสายนี้ จึงพยายามบูรณาการหลักสูตรสอนให้นักเรียนใช้แม่น้ำสายนี้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุปโภค และบริโภค
ด.ญ.สโรชา สดใสดาวเรือง จากโรงเรียนบ้านสบเมย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
“ออ ที่ เกอ ตอที โอ๊ะ ก่อ เกอตอ ก่อ เอาะ ย๊ะ เกอ ตอ กวิตเอาะ เต็ เกอ ตอ เล” คำกล่าวนี้เป็นคำสอนของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเตือนให้ลูกหลานเคารพ รักษา และปกป้องสายน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งชีวิตของผู้คนและชุมชน
เนื่องในวันที่ 14 มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันปฏิบัติการเพื่อแม่น้ำสากล (International Day of Action for Rivers) พวกเราในนามเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐและกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน การทำเหมืองแร่ รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพลและโครงการเขื่อนฮัตจีที่รัฐบาลพยายามผลักดัน ตลอดจนปัญหาสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ เช่น แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำกก
ปัจจุบันมีการตรวจพบสารพิษเช่น สารหนู แคดเมียม และโลหะหนักในแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน ทั้งปลาที่มีอาการป่วย การทำประมงที่ได้รับผลกระทบ พืชผักริมตลิ่งที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน รวมถึงความกังวลด้านสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ผลการตรวจจำนวนมากไม่ได้ถูกสื่อสารกลับมายังชุมชนอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลในการตัดสินใจ อีกทั้งสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่และหลายชุมชนยังไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเช่น น้ำประปาที่สะอาด
พวกเราในฐานะเด็กและเยาวชนตระหนักดีว่า แม่น้ำคือบ้าน แหล่งอาหาร และวิถีชีวิตของชุมชน วันนี้พวกเราจึงมารวมตัวกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่า เราจะร่วมกันปกป้องบ้านเกิด วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติของเรา พร้อมทั้งขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหา โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ
1.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เช่น ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อชุมชนอย่างโปร่งใส
2.ให้รัฐจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศแม่น้ำและเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษทั้งด้านสุขภาพ วิถีชีวิต และอาชีพของประชาชน
3.ขอให้รัฐรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยจัดให้ชุมชนเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
4.ให้รัฐบาลใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน และดำเนินมาตรการควบคุมหรือยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกก















