ENVIRONMENT

ชาวคะเรนนีวิตกน้ำสาละวินปนเปื้อนสารโลหะหนัก

ชาวคะเรนนีวิตกน้ำสาละวินปนเปื้อนสารโลหะหนัก ชี้เป็นหัวใจของแผ่นดิน-วางแผนเก็บตัวอย่างน้ำตรวจ-ทำความเข้าใจกับชุมชน ขณะที่ชาวบ้านริมแม่น้ำฝั่งไทยระบุยังไม่มีหน่วยงานรัฐทำความเข้าใจ เผยปลูกพืชผักริมหาดเป็นปกติ

วันนี้ (13 ธ.ค. 68) นายโพ โลน (Poe Lone) นักสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนจากกองค์กร Kayah Earthrights Action Network (KEAN) จากรัฐคะเรนนี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์แม่น้ำสาละวินปนเปื้อนว่า ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นอย่างไร ทราบจากสื่อมวลชนไทยว่าทางการไทยแนะนำไม่ให้ใช้น้ำโดยตรง และผลตรวจของนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ก็ยืนยันเรื่องสารโลหะหนักปนเปื้อน ซึ่งแม่น้ำสาละวินเป็นหัวใจของรัฐคะเรนนี ดังนั้นเครือข่ายลุ่มน้ำสาละวินได้หารือกันในเรื่องนี้ รวมทั้งอบรมร่วมกับคณะนักวิชาการ มช.โดยได้มีการสอนให้เก็บตัวอย่างน้ำและดิน เพื่อส่งมาตรวจที่ห้องแล็บ ซึ่งตอนนี้พวกตนเตรียมตัวจะเดินทางลงพื้นที่เก็บตัวอย่างมาส่งตรวจ

นักสิ่งแวดล้อมชาวคะเรนนีกล่าวว่า ปัจจุบันชุมชนต่าง ๆ ริมแม่น้ำสาละวินในรัฐคะเรนนี ยังไม่ทราบเรื่องการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำสาละวินมากนัก ส่วนใหญ่ที่เป็นชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลและกำลังเผชิญสงคราม จึงยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล สำหรับคณะทำงานก็ได้หารือกันว่าต้องเก็บตัวอย่างน้ำออกมาตรวจ เพื่อที่จะให้คนในพื้นที่ได้รับรู้หากปนเปื้อน แต่หากชาวบ้านยังไม่รู้แล้วใช้น้ำและกินปลาก็จะได้รับผลกระทบ

“แม่น้ำสาละวินไหลผ่านรัฐคะเรนนี แม่น้ำนี้สำคัญสำหรับประชาชนสองฝั่ง ในรัฐคะเรนนีมีกลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ เช่น กะยัน กะยอ กะยา เรามีประชาชนไม่มาก และมีกลุ่มชาติพันธุ์ ยินตาเล ที่มีจำนวนประชากรเพียงกว่าพันคนเท่านั้น และเผ่านี้อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ต้องพึ่งพาแม่น้ำเป็นอย่างมาก เป็นเหมือนชีวิต และเป็นอนาคตของชาวยินตาเล” นายโพ โลน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมได้เห็นความผิดปกติของแม่น้ำสาละวินบ้างหรือไม่ นักสิ่งแวดล้อมคะเรนนีกล่าวว่า ก่อนทราบจากข่าวจากนักวิชาการ มช. ชาวบ้านก็ยังไม่ได้เห็นความผิดปกติอะไร ไม่มีปลาตายหรืออะไรแบบนั้น ปกติหากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นเราจะรู้ทันที และมีการสื่อสารกันตลอด แต่เชื่อว่าปัญหานี้คงมีมาระยะหนึ่งแล้วเพียงแต่เราไม่เห็นและไม่รู้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ในรัฐคะเรนนีเป็นสาเหตุหรือไม่ นายโพ โลน กล่าวว่าเป็นเรื่องที่พูดยาก โดยเหมืองมอชีนั้นมีมานานแล้ว ก็เป็นไปได้ว่ามีการทำให้แม่น้ำปนเปื้อน แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะเหมืองนี้จริงหรือไม่ คงต้องเก็บตัวอย่างน้ำและดินมาส่งตรวจเพื่อให้ทราบชัดเจน ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ก็ยังมีเหมืองเล็ก ๆ หรือการขุดทอง ตอนนี้เรากำลังพยายามหาสาเหตุ แต่แม่น้ำสาละวินสายใหญ่ไหลผ่านหลายพื้นที่ดังนั้นต้องหาว่าปนเปื้อนจากบริเวณไหน และเหมืองอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในพื้นที่รัฐฉานมีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ท (REEs) คิดว่าน่าจะเป็นต้นเหตุหรือไม่ นักสิ่งแวดล้อมคะเรนนีกล่าวว่า มั่นใจตรงนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งเพราะเห็นชัดเจนว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ทนับสิบแห่งในรัฐฉานและพื้นที่อื่น ๆ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุเดียวหรือไม่ จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลและหาสาเหตุให้ได้

“ผมเองก็เพิ่งเรียนรู้เรื่องเหมืองและผลกระทบ ตอนนี้ตอบได้ยากว่ามาจากที่ไหน จากต้นน้ำที่จีน หรือรัฐฉาน หรืออื่น ๆ เรามีแผนจะเก็บตัวอย่างน้ำ 5 จุดในแม่น้ำสาละวินมาตรวจสอบ หลังจากทราบผลคงมีความชัดเจนขึ้น” นายโพ โลน กล่าว

ทั้งนี้แม่น้ำสาละวินไหลจากจีนสู่พม่าในพื้นที่รัฐฉาน ก่อนไหลผ่ากลางรัฐคะเรนนีสู่รัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญ ดังนั้นแม่น้ำสาละวินจึงมีความสำคัญกับรัฐคะเรนนี้มาก

นายไพโรจน์ พนาไพรสกุล ชาวบ้านท่าตาฝั่งซึ่งเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตปกติ มีเพียงบางส่วนที่รู้สึกกังวลว่าการที่น้ำสาละวินมีสารโลหะหนักปนเปื้อนจะมีผลกระทบวิถีชีวิตหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าไปชี้แจงอธิบายกับชาวบ้าน

“สำหรับตัวผมแล้ว รู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ เพราะไม่เคยคิดถึงว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เราร่วมกันต่อสู้คัดค้านการสร้างเขื่อนมายาวนาน ไม่ได้คิดว่าเกิดสารพิษจากเหมือง เราไม่รู้ว่าเป็นเหมืองจากที่ไหน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากเลย”นายไพโรจน์ กล่าว และว่าชาวบ้านท่าตาฝั่งส่วนใหญ่ทำไร่และใช้น้ำจากลำห้วย มีเพียงบางส่วนที่ปลูกพืชผักริมแม่น้ำสาละวินโดยเฉพาะในช่วงที่น้ำสาละวินลง ทั้งยาสูบ ถั่วลิสง แตงโม มันเทศ ฟักทอง โดยในตอนนี้เริ่มปลูกกันแล้ว

Related Posts

Send this to a friend