ENVIRONMENT

อธิบดีกรมอุทยานฯ แจงปมเศร้า ‘สีดอหูพับ’ ล้มขณะย้าย

เผยผลชันสูตรสำลักอาหาร-เครียดจัด สั่งระงับจับอีก 3 ตัว เล็งแจงศาลปรับแผน สั่งเร่งสรุปข้อเท็จจริง ใช้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญปรับปรุงแนวทางปฏิบัติงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น

วันนี้ (12 ก.พ. 69) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของช้างป่า “สีดอหูพับ” ระหว่างภารกิจเคลื่อนย้ายตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่น โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหลักวิชาการภายใต้การรักษาสมดุลระหว่างสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยของประชาชน และจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้รัดกุมยิ่งขึ้น

นางสาวกิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ ชี้แจงขั้นตอนทางการแพทย์ว่า ทีมสัตวแพทย์คำนวณปริมาณยาซึมตามน้ำหนักตัวช้าง 2-2.5 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับวัยเจริญพันธุ์อายุ 15-20 ปี โดยให้ยาซึมรวม 4 เข็ม แต่ระหว่างการเคลื่อนย้าย ช้างมีอาการตื่นตัวผิดปกติและทรุดลงอย่างรวดเร็ว แม้ทีมแพทย์จะฉีดยาแก้ฤทธิ์และทำ CPR กู้ชีพแต่ไม่เป็นผล ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุสาเหตุเกิดจากภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวเนื่องจากสำลักอาหารอุดตันหลอดลม ซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัยจากความเครียดสะสม

สัตวแพทย์หญิงกิตติยาภรณ์ ระบุถึงข้อจำกัดสำคัญว่า การให้ช้างป่าอดอาหาร 10-15 ชั่วโมงก่อนวางยาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ทีมงานจึงเสนอแนวทางใหม่โดยการศึกษา “นาฬิกาชีวิต” เพื่อหาช่วงเวลาที่ช้างพักผ่อนและเริ่มย่อยอาหาร (03.00-05.00 น.) สำหรับใช้เป็นช่วงเวลาปฏิบัติงานในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

ด้าน นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ให้ข้อมูลว่า ภารกิจนี้สืบเนื่องจากช้างป่ากลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย จนศาลปกครองขอนแก่นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ให้เร่งเคลื่อนย้ายช้างดุร้าย 4 ตัว ออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ขณะที่ นายฑิฐิ สอนสา หัวหน้าชุดจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า ยืนยันว่าขั้นตอนการควบคุมและขนย้ายดำเนินการตามมาตรฐานที่เคยปฏิบัติสำเร็จมาแล้วกว่า 32 ครั้ง

นายฑิฐิ สอนสา หัวหน้าชุดจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า ยืนยันว่า การปฏิบัติการในภาคสนามตั้งแต่การเข้าควบคุมพื้นที่ การผูกขา และการนำช้างขึ้นรถบรรทุก ได้ดำเนินการตามมาตรฐานสูงสุดภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด​ ซึ่งเราดำเนินการมาแล้วในลักษณะเดียวกันนี้​ ซึ่งในภาพรวมทั้งหมดเคลื่อนย้ายมาแล้ว​ 32 ครั้ง​ สำหรับอายุของช้างเรายืนยันอายุอยู่ระหว่าง​ 15-20 ปี​ โดยประเมินจากมีประวัติการตกมัน​ ซึ่งมีภาพยืนยันจากภูเวียง​ และกระบริเวณหู​ถ้ามีมากจะบ่งบอกว่าอายุเยอะ รวมถึงขนาดเส้นรอบวงของรอยเท้า​

ในช่วงท้าย นายอรรถพล เจริญชันษา ได้กล่าวสรุปเพิ่มเติมถึงกระบวนการตรวจสอบว่า “เพื่อให้เกิดความโปร่งใสที่สุด ผมได้ประสานพนักงานสอบสวนเข้าร่วมตรวจสอบร่างและบันทึกภาพหลักฐานทุกขั้นตอนก่อนการชันสูตรและฝังกลบ สำหรับช้างที่เหลืออีก 3 ตัว คือ พลายงาจิ๋ว พลายคุถัง และสีดอน้อย ผมได้สั่งระงับการเคลื่อนย้ายไว้ชั่วคราว เพื่อรายงานอุปสรรคหน้างานให้อัยการทราบ และนำเสนอต่อศาลปกครองถึงข้อจำกัดด้านสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงปัญหาการยอมรับของคนในพื้นที่ปลายทาง เราจะรอจนกว่าการประเมินจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ 100% จึงจะพิจารณาก้าวต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางใหม่ที่จะนำมาใช้ จะมีความปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งเจ้าหน้าที่และสัตว์ป่าครับ”

Related Posts

Send this to a friend