ENVIRONMENT

กรมควบคุมมลพิษจับมือ กทม. เปิดแคมเปญโปรสู้ฝุ่น อัดส่วนลดเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-อะไหล่สูงสุด 50%

กรมควบคุมมลพิษจับมือ กทม. เปิดแคมเปญโปรสู้ฝุ่น อัดส่วนลดเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-อะไหล่สูงสุด 50% แจก E-Sticker แลกรับสิทธิจอดรถห้างดังถึง มี.ค. 70 ด้าน ‘สุชาติ’ ชม ‘ชัชชาติ’ คิดนอกกรอบ คุยจังหวัดใกล้เคียงรับมือฤดูฝุ่นปี 70

วันนี้ (6 พ.ย. 69) เวลา 10.00 น. กรมควบคุมมลพิษเปิดโครงการ “โปรสู้ฝุ่น ลด PM2.5 Together” มาตรการรับมือสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง ประจำปี 70 ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กรมควบคุมมลพิษ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน ผู้ประกอบการศูนย์บริการรถยนต์และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ห้างสรรพสินค้า และ AIS เข้าร่วม

นายสุชาติกล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือความสามัคคีที่จะแก้ปัญหาและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดย PM 2.5 ถือเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ ลำพังรัฐบาลไม่สามารถมีพละกำลังในการแก้ปัญหาได้หากไม่มีเอกชนมาร่วมกัน จึงขอขอบคุณภาคเอกชนที่เสียสละลดรายได้ตนเอง เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีจิตสำนึกและช่วยกันแก้ฝุ่น PM 2.5

จากนโยบายที่กรมควบคุมมลพิษทำร่วมกับกรุงเทพมหานคร จะต้องมีคำตอบให้กับสื่อมวลชนและนายกรัฐมนตรีว่านโยบายที่ทำผลลัพธ์เป็นอย่างไร ซึ่งพบว่าจากสถิติ 3 ปี ย้อนหลัง จำนวนวันที่เกิดฝุ่นลดลงจาก 99 วัน เหลือ 60 กว่าวัน เหลือ 30 กว่าวันต่อปี คาดหวังว่าหากเราร่วมมือร่วมใจกันในภาครัฐบาลและภาคเอกชน อนาคตจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาลและกรุงเทพมหานครมากขึ้น

เราใช้ระบบ IT หรือ AI เข้ามาจับการพัดพาอากาศ สิ่งที่เห็นภาพคือเราต้องรู้ว่าฝุ่นที่เกิดขึ้น ต้นตอคืออะไร ซึ่งส่วนมากเกิดจากท่อไอเสียรถยนต์มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน และเกิดการคัดกรองไม่ดีก็ต้องมีการเปลี่ยนไส้กรอง จึงมีแคมเปญโปรสู้ฝุ่นขึ้นมา

นอกจากนี้กรมควบคุมมลพิษยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจควันดำ ทำให้รถบรรทุกที่เข้ามาขนส่งในกรุงเทพมหานครต้องตระหนักว่าการทิ้งฝุ่นไว้เยอะแยะทำให้สุขภาพของประชาชนได้รับผลกระทบ จึงต้องมีจิตสำนึกในส่วนนี้ด้วย

ขณะที่การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็แก้ปัญหาให้หยุดเรียน พร้อมกับประสานข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียง เช่น จังหวัดนครนายก สร้างแรงจูงใจไม่ให้เขาเผา

“ท่านผู้ว่าฯ มองนอกกรอบ ผมเล่าให้ท่านผู้ว่าฯ ฟังว่าหลังจากนี้ผมกับท่านปลัดฯ จะมุ่งเป้าไปที่ไฟป่า เช่น กาญจนบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน เรามีมาตรการในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เป็นวาระแห่งชาติทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญ”

นายสุชาติยอมรับว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลักการในการเป็นรัฐมนตรีคือการให้นโยบายและให้การสนับสนุนในส่วนที่หน่วยงานราชการต้องการประสานกับรัฐบาล คาดหวังว่าปีนี้จะเห็นการลดปริมาณของฝุ่นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า กระทรวงทรัพยฯ ถือเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งมากในการสู้ฝุ่น ซึ่งเราไม่ได้ทำแค่ในช่วงนี้แต่ทำมาตลอดทั้งปี ฝุ่นในกรุงเทพมหานครมาจาก 3 ประเด็นคือ 1. สภาพอากาศที่ปิดช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. 2. ฝุ่นจากรถยนต์ ประมาณ 1 ใน 3 มาจากฝุ่นในรถยนต์พวกเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ 3. การเผาจากเกษตรกรในจังหวัดเพื่อนบ้านและประเทศเพื่อนบ้าน

โดยปี 68 กรุงเทพมหานครมีฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม. จำนวน 28 วัน ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ว่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานไม่ให้เกิน 20 วัน แต่คาดการณ์ว่าสภาพฝุ่นจะหนักขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เอลนีโญ ทำให้มีโอกาสติดไฟและการเผามากขึ้น สำหรับมาตรการที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ประกอบด้วย

1.การติดตั้ง Super Station เป็นการช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน จำนวน 50 ล้านบาท ทำให้เราวิเคราะห์สาเหตุของฝุ่นได้ละเอียดแบบเรียลไทม์ว่ามาจากไหน เพื่อให้เข้าใจต้นตอของฝุ่นได้ดีขึ้น

2.ระบบกรีนลิสต์ รถที่ไม่อยู่ในระบบนี้ห้ามเข้ากรุงเทพมหานคร ปีที่แล้วกำหนดเฉพาะรถ 6 ล้อ แต่ปีนี้รวมถึงรถ 4 ล้อที่เป็นทะเบียนขนส่ง ซึ่งรถในกลุ่มดังกล่าวต้องไปเปลี่ยนน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 หรือ EV ก่อนจะไปลงทะเบียนในระบบกรีนลิสต์

3.กรุงเทพมหานครแต่งตั้งเทศกิจเป็นสารวัตรสิ่งแวดล้อม เพื่อลงพื้นที่ไปตรวจโรงงานต่าง ๆ ให้ควบคุมสถานการณ์ที่ดีขึ้น

4.กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มมาตรการควบคุมโรงงาน แต่ก่อนโรงงานในกรุงเทพมหานครมีการติดเตาวัด 8 แห่ง ปีนี้ปรับเพิ่มเป็น 200 กว่าแห่ง และจะต้องรายงานคุณภาพควันด้วย

5.นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการเรื่องฝุ่นตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมการเผาจากจังหวัดรอบข้าง เพราะฝุ่นส่วนหนึ่งมาจากการเผาของเกษตรกร เราต้องมีแรงจูงใจให้เกษตรกรลดการเผา และมีมาตรการช่วยเขาในการกำจัดพวกตอซังต่าง ๆ

นายชัชชาติระบุว่า หากรถทุกคันเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะช่วยลดฝุ่นได้ถึง 50% ขอบคุณภาคเอกชนที่มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ฝุ่นในปีนี้ดีขึ้นได้

สำหรับแคมเปญ “โปรสู้ฝุ่น ลด PM2.5 Together” ภายใต้แนวคิด “ดูแลรถ ลดควัน ลดฝุ่น” ชวนประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กและบำรุงรักษา พร้อมรับสิทธิประโยชน์ “ส่วนลด 2 ต่อ” ทั้งส่วนลดค่าบริการดูแลรถยนต์สูงสุด 50% และสิทธิพิเศษจากพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 69-31 มี.ค. 70 มุ่งลดมลพิษจากรถยนต์ก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยสิทธิประโยชน์ “ส่วนลด 2 ต่อ” ได้แก่

ต่อที่ 1 “ลดค่าดูแลรถ” ประชาชนนำรถยนต์เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการและสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ รับส่วนลดค่าแรง ค่าอะไหล่ และน้ำมันเครื่อง สูงสุดถึง 50% ตามรายการและเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง ครอบคลุมเครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ 9 ค่าย ได้แก่ TOYOTA, ISUZU, HONDA, NISSAN, FORD, HINO, MITSUBISHI, SUZUKI และ MAZDA รวมถึงบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ได้แก่ PTT, บางจาก, เชลล์ และ PT ตลอดจนศูนย์บริการอิสระ อาทิ B-Quik, Auto1 และ AUTOBACS เพื่อเพิ่มจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ต่อที่ 2 “ดูแลรถแล้ว รับสิทธิพิเศษต่อ” เมื่อประชาชนนำรถเข้ารับบริการและลงทะเบียน ณ จุดบริการที่เข้าร่วม จะได้รับ E-Sticker “โปรสู้ฝุ่น ลด PM2.5 Together” สำหรับแสดงสิทธิรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร อาทิ ส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์ค่าจอดรถจากห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วม ได้แก่ Central, The Mall, Lotus’s และ Makro รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ผ่าน AIS ตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนด

Related Posts

Send this to a friend