DEEPSOUTH

ศบค.ยะลาสั่งปิด ต.บาลอ อ.รามัน หลังพบผู้ติดโควิด-19 กว่า 31 ราย ยอดรวมทั้งจังหวัดทะลุ 104 ราย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา มีคำสั่งปิดพื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มเติมในตำบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพิ่มเติ่มคือ หมู่ 2 บ้านปาโฮะ หมู่ 3 บ้านบือแนนากอ หมู่ 4 บ้านสุเป๊ะบือแนบือแต หมู่ 5 บ้านละแอ หมู่ 6 บ้านปูลัย หมู่ 7 บ้านบาลุกาปาลัส ทำให้ทั้งตำบลบาลอ เป็นพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังและห้ามเข้าออก

โดยความในหนังสือกล่าวว่า ศบค.ยะลามีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 41 /2564 เรื่อง การกำหนดพื้นที่เสี่ยงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) ในพื้นที่จังหวัดยะลา (ฉบับที่ 5) ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD – 19) ในประเทศไทย ระลอก 3 ยังพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม และผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการระบาดระลอกใหม่นี้ได้กระจายออกไปในหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาด ไปยังพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอข้างเคียงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 อาศัยอำนาจตามความมาตรา 22 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ประกอบ ข้อ2 ของข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558(ฉบับที่ 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติตต่อจังหวัดยะลา จึงได้กำหนดให้พื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง เพื่อควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (ตามผนวก ก) และมีข้อกำหนดเพื่อให้สถานการณ์ การแพรระบาดยุติลงได้โดยเร็ว และเป็นการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น ในพื้นที่ดังกล่าว ดังนี้่

1.ห้ามมิให้ผู้ใดเข้า – ออก พื้นที่ดังกล่าว หากผู้ใดมีความจำเป็นจะต้องเดินทางเข้า – ออกพื้นที่ดังกล่าวจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ที่ใด้รับมอบหมายจากนายอำเภอท้องที่นั้นๆทราบ กรณีที่ผู้นั้นได้รับอนุญาต ให้เดินทางเข้า – ออก พื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดเส้นทางการเดินทางให้ผู้นั้นทราบอย่างชัดเจนด้วย

2.หากผู้ใดผ่าฝืนคำสั่งนี้ มีความผิตตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พศ.2558 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่กิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหรือความผิตตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ถูกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 1) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายตามคำสั่ง ของคณะกรรมการโรคดต่อจังหวัดยะลา

สั่ง ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ค. 2564

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา เปิดเผยว่าพื้นที่เสี่ยงในการควบคุมประกอบด้วย หมู่2 บ้านปาโฮะ หมู่3 บ้านบือแนนากอ หมู่ 4 บ้านสุเป๊ะบือแนบือแต หมู่5 บ้านละแอ หมู่6 บ้านปูลัย หมู่7 บ้านบาลุกาปาลัสขณะที่ นายสุชาติ อนันตะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้เปิดเผย สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดยะลา ข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ค.2564 ยะลาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 18 ราย สะสม 104 ราย ทะลุหลักร้อย และเสียชีวิต 2 ราย ในจำนวนผู้ติดเชื้อ 18 ราย พบติดเชื้อในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.บาลอ อ.รามัน จำนวน 16 ราย ติดภายในครอบครัวเดียวกัน แหล่งแพร่เชื้อเกิดจากการประกอบศาสนกิจทางศาสนาร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.บาลอ อ.รามัน มีตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในหมู่บ้านเดียวกันจำนวนมาก ส่วนอีก 2 ราย เป็นน้องนักศึกษา สองพี่น้องในพื้นที่ อ.กาบัง เบื้องต้นจากการสอบสวน ไปรับเชื้อมาจากจังหวัดปัตตานี ขณะนี้ได้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ควบคุมโรคแล้ว และเร่งสอบสวนโรคผู้สัมผัสเสี่ยงในพื้นที่ต่อไป

Related Posts