DEEPSOUTH

ทหารบีบมัสยิดกลางฯ ไม่ให้พื้นที่เป็นจุดปล่อยตัวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-ตานี”

กิจกรรมวิ่งไล่ลุง-ตานี ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ จ.ปัตตานี จากเดิมจะปล่อยตัวนักวิ่งจากบริเวณหน้ามัสยิดกลางปัตตานี ล่าสุดผู้จัดแจ้งว่า มีคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 4 ผ่านอิหม่ามมัสยิดกลางปัตตานีไม่ให้จัดกิจกรรมในพื้นที่ ระบุจะให้ปัตตานีเป็นตัวอย่างเมืองสงบ แต่ผู้จัดระบุจะเดินหน้าต่อไป

วันนี้ (7 ธ.ค.63) หนึ่งในผู้จัดกิจกรรม  “วิ่งไล่ลุง-ตานี” เปิดเผยกับทีมข่าว The Reporters ว่า จากเดิมที่มีการกำหนดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับทางกรุงเทพมหานครในวันที่ 12 มกราคม โดยเลือก จ.ปัตตานีเป็นพื้นที่รวมตัวทำกิจกรรม และใช้สถานที่รวมตัวนักวิ่งบริเวณหน้ามัสยิดกลาง จ.ปัตตานี และปล่อยตัวในเวลา 06.30 น. ตามเส้นทางวิ่งหลังออกตัวที่ถนนยะรัง เลี้ยวซ้ายไปถนนพิพิธ ตรงไปขึ้นสะพานเดชา กลับตัวที่ยูเทิร์นหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี เลี้ยวซ้ายวิ่งเลาะไปริมแม่น้ำปัตตานี เลี้ยวขวาขึ้นสะพานศักดิ์เสนีย์ ลงสะพานเลี้ยวซ้ายไปถนนปัตตานีภิรมย์ ผ่านมัสยิดปากีฯ ตรงไปย่านเมืองเก่าตานี เลี้ยวขวาเข้าเส้นศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว และเลี้ยวขวาเข้าถนนนาเกลือ ผ่านตลาดพิธาน, ห้างไดอาน่า ตรงไป เข้าถนนยะรัง โดยใช้จุดบรรจบหรือเส้นชัยที่มัสยิดกลางฯ เป็นระยะทางรวม 3.5 กิโลเมตรโดยประมาณ

แต่ล่าสุดตนได้รับแจ้งจากทางอิหม่ามของมัสยิดกลาง จ.ปัตตานีว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารมาหา และถามหาทางผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง-ตานี พร้อมกับสั่งว่าไม่ให้ทางมัสยิดกลางให้พื้นที่รวมตัวแก่ทางผู้จัดงานและประชาชนที่จะเข้ามาร่วมงาน โดยระบุว่าเป็นคำสั่งจากทางพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยตรง และให้เหตุผลว่า ต้องการให้ปัตตานีเป็นตัวอย่างเมืองสงบ

“ทางฝ่ายความมั่นคงก็ทราบดีว่าผู้จัดเป็นใคร เหตุใดจึงไม่ติดต่อมาทางผู้จัดงานโดยตรง จะได้อธิบายและชี้แจงกันตรงๆ ว่าเราจัดงานนี้ขึ้นมาเป็นลักษณะ City Run ไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง ไม่มีเวที พื้นที่มัสยิดกลางก็แค่เป็นจุดปล่อยตัว และเป็นจุด Finish ของนักวิ่ง ไม่ได้จัดงานใดๆ ในมัสยิดกลาง และระยะทางเพียงแค่ 3.5 กิโลเมตร รูปแบบงานสื่อถึงการแสดงพลังของประชาชน เน้นการมีส่วนร่วมเป็นหลัก และไม่มีการจัดอันดับและมีเรียญรางวัลใดๆ อีกทั้งจัดในช่วงเช้าตรู่ของวันหยุด จึงไม่เห็นว่าจะสร้างความวุ่นวายใดๆ ให้กับเมือง”

ทางตัวแทนผู้จัดงานระบุ และเปิดเผยว่า หลังจากมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียก็มีเสียงตอบรับจากคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นอย่างมาก เห็นความตื่นตัวทางการเมือง มีการแชร์และบอกต่อๆ กันจำนวนมาก แต่ยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าวันที่ 12 มกราคมนี้จะมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนเท่าไหร่

“ความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่ชายแดนใต้ต่อการเมืองที่กรุงเทพฯ มีมากขึ้น เพราะการเติบโตของโลกโซเชียลมีเดียที่เปิดช่องทางให้คนรุ่นใหม่รับข้อมูลข่าวสารและปฏิสัมพันธ์กับคนนอกพื้นที่มากขึ้น เด็กรุ่นใหม่อาจเกิดไม่ทันตอนเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2547 แต่พวกเขาเติบโตและมองเห็นการเลือกปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานในพื้นที่ เช่นพบเจอด่านทหารคนที่ไว้หนวดเคราหรือคลุมผมก็จะถูกตรวจค้นมากกว่าคนทั่วไป การพบเห็นปัญหาการบังคับใช้กฏหมายพิเศษอย่างอยุติธรรม ผสมกับปัญหาเศรษฐกิจจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้คือแรงจูงใจที่ทำให้กิจกรรมวิ่งไล่ลุง-ตานีเกิดขึ้น”

โดยทางผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง-ตานีระบุว่า แม้จะมีคำสั่งบีบไม่ให้ใช้พื้นที่ของมัสยิดกลางฯ เป็นแลนด์มาร์คของกิจกรรมครั้งนี้ ก็จะดำเนินกิจกรรมวิ่งไล่ลุงต่อไป โดยเน้นการวิ่งบนเส้นทางที่กำหนดไว้ให้จบกิจกรรม.

Related Posts