COVID-19

นายกฯ ให้ สาธารณสุขนำเข้า ‘ไฟเซอร์’ 5-20 ล้านโดส ยืนยัน มีแผนกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ คาดสิ้นปีฉีดได้ 100 ล้านโดส

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงการจัดหาและการฉีดวัคซีน ว่า ได้กำหนดให้เป็นมาตรการเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายในสิ้นปีนี้ประชากรในประเทศไทยต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากร หรือคิดเป็นประชากร 50 ล้านคน หรือใช้วัคซีนทั้งสิ้น 100 ล้านโดส ขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนตามแผนแล้ว 63 ล้านโดส โดยจะเริ่มฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ จำนวนกว่า 16 ล้านคน ส่วนในเดือนพฤษภาคมนี้จะได้รับวัคซีนซิโนแวค อีก 3.5 ล้านโดส เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า และผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกันยังให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนเพิ่มเติม คือ วัคซีน ‘ไฟเซอร์’ อีกจำนวน 5 ถึง 20 ล้านโดส และ ‘สปุตนิก วี’ ‘จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน’ และ ‘ซิโนแวค’ บริษัทละ 5-10 ล้านโดส

พร้อมยืนยันว่ามีการวางแผนการกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ ผ่านระบบ ‘หมอพร้อม’ ที่ขณะนี้ มีประชาชนมาจองคิวแล้วมากกว่า 1 ล้านคน พร้อมกับการจองวัคซีนผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนรวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่าย อสม.ทั่วประเทศ โดยใช้แผนการบริหารวัคซีนตามกระทรวงสาธารณสุข และการสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและสังคม โดยจัดลำดับตามกลุ่มเสี่ยง และพื้นที่เศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส และชนะสงครามโควิด -19 ครั้งนี้ให้ได้

ส่วนยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ ที่ใช้ในการรักษา ยังคงมีสำรองในสต็อก 1.5 ล้านเม็ด และจะได้รับเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ดในเดือนพฤษภาคมนี้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มียาเพียงพอ โดยตั้งแต่เริ่มมีการระบาดจนถึงขณะนี้ ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 7 หมื่นคน และรักษาหายกลับบ้านแล้วมากกว่า 4 หมื่นคน ซึ่งเป็นความสามารถของทีมแพทย์ไทย ที่อยู่ในเกณฑ์ระดับโลก เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และรัฐบาลมีนโยบายดูแลคนไทยทุกคนในการรักษาโควิด-19 โดยรัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามสิทธิการรักษาของผู้ป่วย

Related Posts

Send this to a friend