COVID-19

อนุทิน ยืนยันพร้อมช่วย กทม.เต็มที่ สั่ง รพ. บุษราคัม ขยายเตียง

วันนี้ (22 ก.ค. 64) ที่จุดฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประเด็นการบริหารจัดการผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ และการจัดการวัคซีน ว่าการแก้ปัญหาผู้ป่วยเกณฑ์สีเขียวที่ยังรอการเข้ารับการรักษา จนบางรายถึงขั้นนอนเสียชีวิตในบ้าน ปัญหานี้ได้สั่งให้แก้ไขโดยเพิ่มศูนย์พักคอย ที่มีการคุยกับพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะต้องเปิดศูนย์พักคอยให้ได้มากที่สุด ส่วนกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยของพื้นที่ กทม.ให้ได้มากที่สุด

กรณีที่มีผู้นอนเสียชีวิตริมถนน และมีผู้ป่วยตกค้างนอนรอ การช่วยเหลือที่บ้านจนเสียชีวิต นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้สาธารณสุขจะเข้าไปทำงานร่วมกับ กทม. ซึ่งวันนี้ได้เข้าไปที่โรงพยาบาลบุษราคัมเพื่อหารือกับผู้อำนวยการในการแก้ปัญหา พร้อมขอให้มีการเพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยยามฉุกเฉินให้ได้มากที่สุด เพราะแต่ละวันมีผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล 400-500 คนจึงขอให้สำรองเตียงเพื่อรับผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้วันละ 50-100 เตียง พร้อมกับประสาน หน่วยการแพทย์ฉุกเฉินนำรถตู้เตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อออกไปรับประชาชน ประสานขอความช่วยเหลือเข้ามา 24 ชั่วโมงและเพิ่มเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานในช่วงเคอร์ฟิวล์ ปล่อยรถออกให้ได้มากที่สุด ให้พาผู้ป่วยที่อยู่ริมถนน อยู่ในบ้าน หาเตียงไม่ได้ หรืออยู่ในสภาพที่สิทธิของพวกเขาไม่ควรจะอยู่แบบนั้น ให้พาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบุษราคัมโดยข้ามขั้นตอนการสอบสวนโรค หากอาการไม่หนักมากจะให้แยกตัวไปที่ศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาลอื่นๆ แต่ถ้าหากติดเชื้อแล้วจะรักษาที่โรงพยาบาลบุษราคัมต่อเนื่อง การที่มีชุดตรวจ rapid antigent test จะช่วยคัดกรอง ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ยืนยันว่าจะทำเต็มที่เพราะสั่งการไปหมดแล้ว ทีมบุคลากรทุกคนวันนี้ต้องคอยติดตาม เพราะล็อกดาวน์ทั้งทีต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนข้อสั่งการ ของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าจะไม่ให้มีผู้เสียชีวิตที่บ้านอีกแล้วนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมส่งไปในไลน์ ของผมไปให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขถ่ายทุกรูปที่เราไม่อยากเห็นบอกผู้บริหารกระทรวงทุกคนว่าไม่ว่าจะเกิดใน กทม. ห้ามพูดว่าเป็นพื้นที่ของ กทม.ไม่ใช่ของกระทรวงสาธารณสุข ใครป่วยให้ไปอุ้มมาให้หมด เข้าไปในบุษราคัม”

นอกจากนี้นายอนุทินยังกล่าวอีกว่า “เดี๋ยวอีกคืนสองคืนได้ประสานไว้แล้ว ผมออกเองก็ได้ ผมจะเอาชุด PPEใส่ ถ้าฟังแต่รายงานมีจริงบ้างเท็จบ้างทำให้ไม่รู้ข้อมูลและต้องดำเนินการ ออกด้วยตัวเองและจะทำเท่าที่ทำได้”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงภาพที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลของคนที่นอนริมถนน นายอนุทินส่ายหน้าและกล่าวว่า ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นภาพแบบนั้น ส่วนการฉีดวัคซีนจะเปิดให้กับกลุ่มเปราะบาง และเสี่ยงต่อโรค เพื่อที่จะรักษาชีวิต ภายใน 1 เดือนนี้ต้องให้กลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีนมากที่สุด แม้การระบาดจะไม่ลดลงมาก แต่ยอดผู้เสียชีวิตจะต้องลดลง ส่วนเรื่องวัคซีนที่มีเข้ามาในประเทศไทยนั้นจะเข้ามาเดือนละ 10 ล้านโดส กระจายฉีดเต็มที่ไม่มีหยุด ซึ่งตั้งเป้าว่า หากฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้เดือนละ 10 ล้านโดส เชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้น ในประเด็นการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคมากกว่าชนิดอื่น นายอนุทินอธิบาย ว่าวัคซีนดังกล่าวมีการศึกษาจากทั้งองค์กร WHO และ โคแวกเองสั่งซื้อไป 380 ล้านโดส รวมถึงประเทศจีนมีการใช้ซิโนแวคกับซิโนฟาร์ม และประเทศไทยใช้ซิโนแวค ควบคู่กับแอสตร้าเซเนก้า และสิ้นเดือนนี้ ไฟเซอร์อีก 1.5 ล้านโดส จะเข้ามาในประเทศและจะนำมาใช้ให้เต็มที่และเกิดประโยชน์

ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า นายอนุทิน ยังยืนยันว่าการจัดส่งเป็นไปตามสัญญาตามปกติ เพราะตามสัญญามีการตกลงกันทุกเดือนเป็นรายเดือน ในสัญญาระบุว่าต้องรักษาความลับ ถ้าจะเปิดเผยต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่าย ตามที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาจึงทำไม่ได้ ส่วนเรื่องกระบวนการจัดซื้อให้จบที่กรมควบคุมโรคไม่ต้องมาถึงตนเอง เพราะทำได้แค่อนุมัติงบจาก ครม.

ส่วนกรณีการเปรียบเทียบคำพูดของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไปมาจนมองว่าเป็นคนพูดกลับไปกลับมานั้ย นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ถ้าดูเดือนกันยายนปีที่แล้ว หน้าตาตนเองก็ไม่เครียดเหมือนตอนนี้ เพราะคนติดเชื้อน้อย ทุกอย่างควบคุมได้หมดแต่วันนี้มียอดคนติดเชื้อจำนวนหมื่นกว่าคนทุกวัน ก็ต้องใช้อีกวิธีหนึ่ง จะเหมือนกันทุกวันไม่ได้

“การที่พูดอะไรไปก็พูดในสถานการณ์นั้นๆ ในวันนั้นๆ แต่สิ่งที่ได้จัดการไว้คือมีวัคซีนตรงตามเวลา”

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่ นพ.ทศพร เสรรีรักษ์ ยื่นหนังสือ ขอให้สหรัฐอเมริกาส่งวัคซีน mRNA จำนวน 262,000 โดสที่จะหมดอายุอีก 3 เดือนมาให้คนไทยได้ฉีดก่อนนั้น ย้ำว่าตอนนี้ทางอเมริกาก็ส่งวัคซีนมาช่วยประเทศไทยแล้วคือไฟเซอร์ 1.5ล้านโดส และปีหน้าจะมีการจัดซื้ออีก 120 ล้านโดส ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ที่ลงนามสัญญาร่วมกันยืนยันว่าจะมีการเข้ามาไตรมาส 4 ของปี สุดท้ายนี้นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ สส.พรรคพลังประชารัฐแสดงเชิงสัญลักษณ์ นอนซ้อมตายในโลง เพื่อประท้วงและตำหนิการทำงานของกรมควบคุมโรค นายอนุทินกล่าวว่า นายสิระไปบังสกุล ซึ่งถือว่าต่ออายุถือเป็นเรื่องดี ช่วยกันทำงาน

Related Posts