COVID-19

ทบ.แจง ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ชายแดนเพื่อให้ปลอดเชื้อ ราษฎรไทยในพื้นที่สบายใจ เชื่อมั่น

ทบ.แจง ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ชายแดน ที่ผู้หลบหนีภัยชาวเมียนมา เข้ามาพักพิงชั่วคราว เพื่อให้ปลอดเชื้อ ราษฎรไทยในพื้นที่สบายใจ เชื่อมั่น เผย ทบ.ส่งทีมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ตามโรงเรียนต่างๆ ที่ร้องขอ สถานที่ชุมชน สถานีขนส่งใน 268 พื้นที่ และ 162 โรงเรียน

วันนี้ (15 เม.ย. 64) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงข้อวิจารณ์ เรื่องการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อชายแดนไทย-เมียนมา ว่าไม่คุ้มค่าคุ้มค่าและ ประสิทธิภาพในการฉีดน้ำยาบริเวณชายแดนว่า เนื่องด้วยในช่วงต้นเดือนเมษายน มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาจำนวนมากได้เข้ามาพักชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัยแนวชายแดนและได้เดินทางกลับประเทศไปแล้วหลังเหตุการณ์คลี่คลาย

หลังจบเหตุการณ์ กองกำลังชายแดน ได้ปฏิบัติตามมาตรการดูแลพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย และการควบคุมป้องกันโรค เพื่อให้พื้นที่นั้นกลับสู่สภาพปกติ พร้อมทั้งได้ทำความสะอาด และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคป้องกันโรคติดต่อ ที่อาจแฝงมากับผู้หนีภัยฯ ตามมาตรการด้านสาธารณสุข

การฉีดพ่นฆ่าเชื้อ หน่วยทหารได้บริหารจัดการ สิ่งอุปกรณ์และกำลังพลที่มีอยู่แล้ว โดยเป็นอุปกรณ์ที่หน่วยใช้ในภารกิจช่วยดับไฟป่าพร้อมขอสนับสนุนน้ำยาฆ่าเชื้อโรคจากหน่วยงานสาธารณสุข เป็นการนำเครื่องมือของส่วนราชการที่มีอยู่แล้วมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าในการช่วยเหลือดูแลประชาชน

ทั้งนี้การรวมตัวกันของคนจำนวนมากในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเสี่ยง การทำพื้นที่ให้สะอาด จึงเป็นมาตรการป้องกันโรคติดต่อและ ลดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆที่เกิดจากสภาพความเป็นอยู่และของเสียจากร่างกาย สุขอนามัยส่วนบุคคลในบริเวณที่เคยมีคนมาพักอาศัยเป็นจำนวนมากได้อีกทางหนึ่ง เป็นมาตรการสร้างความปลอดภัยและป้องกันโรคให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน ที่สำคัญเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนท้องถิ่น ในการกลับเข้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวิถีเดิม เช่น ปลูกพืชล้มลุก หรือหาอาหาร เป็นต้น

ทั้งนี้ในปัจจุบัน การทำความสะอาดล้างสิ่งปนเปื้อนและฉีดสารฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ แหล่งชุมชน เช่น โรงเรียน วัด สำนักงาน ตลาด สถานีขนส่ง หน่วยทหารของกองทัพบกได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ และประชาชนจิตอาสา ดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในหน่วยทหาร และพื้นที่โดยรอบ

โดยสรุปตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2564 ถึงปัจจุบัน มีการปฏิบัติใน 268 พื้นที่ และ162 โรงเรียน ซึ่งเป็นการใช้ศักยภาพของกองทัพในการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างดีที่สุด

Related Posts